⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1503/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1503/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิเรียกร้องเงินบำเหน็จมีอายุความ 10 ปีตามกฎหมาย และนายจ้างจะกำหนดระยะเวลาใช้สิทธิเรียกร้องให้น้อยกว่า 10 ปีไม่ได้ หากนายจ้างปฏิเสธการจ่ายเงินบำเหน็จหลังจากลูกจ้างยื่นคำร้องขอรับ ถือว่านายจ้างผิดนัดนับแต่วันที่ลูกจ้างขอรับ

ย่อคำพิพากษา

สิทธิเรียกร้องเงินบำเหน็จไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น จึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 นายจ้างจะกำหนดระยะเวลาใช้สิทธิเรียกร้องเงินบำเหน็จให้น้อยกว่า 10 ปีหาได้ไม่ ต้องห้ามตามมาตรา 191 ตามข้อบังคับนายจ้างจะจ่ายเงินบำเหน็จ เมื่อลูกจ้างยื่นคำร้องขอรับดังนี้ เมื่อลูกจ้างขอรับแล้วนายจ้างปฏิเสธ ถือว่านายจ้างผิดนัดนับแต่วันที่ลูกจ้างขอรับ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.191 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๒๕ โจทก์ลาออกจากงาน โจทก์มีสิทธิได้เงินบำเหน็จตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยแต่จำเลยไม่จ่าย ขอศาลบังคับให้จ่ายเงินบำเหน็จแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่โจทก์ลาออกจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า ตามข้อบังคับของจำเลยกำหนดให้ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอรับเงินบำเหน็จภายใน ๑๒๐ วัน นับจากวันออกจากงาน มิฉะนั้นเป็นอันหมดสิทธิ โจทก์ยื่นคำร้องขอรับเงินบำเหน็จเกินกำหนดดังกล่าวจึงไม่มีสิทธิรับเงินบำเหน็จขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า สิทธิเรียกเงินบำเหน็จนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องได้ภายใน ๑๐ ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ จำเลยจะกำหนดระยะเวลาใช้สิทธิเรียกร้องเงินบำเหน็จให้น้อยกว่า ๑๐ ปี หาได้ไม่ เพราะต้องห้ามตามมาตรา ๑๙๑ โจทก์ฟ้องคดีนี้ภายในกำหนดอายุความ ๑๐ ปี จำเลยจะยกข้อบังคับของจำเลยขึ้นอ้างเพื่อปฏิเสธไม่จ่ายเงินบำเหน็จให้โจทก์หาได้ไม่ ตามข้อบังคับของจำเลยจำเลยจะจ่ายเงินบำเหน็จให้โจทก์ต่อเมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอรับเงินดังกล่าวข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอรับเงินบำเหน็จจากจำเลยเมื่อวันที่ ๒๙กันยายน ๒๕๒๕ และจำเลยปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยจึงตกเป็นผู้ผิดนัดนับแต่วันนั้นเป็นต้นมา พิพากษากลับ ให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จให้โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๒๕ จนกว่าจะชำระเสร็จ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1503/2527 นายชั้น เชิดโชติเพ็ชร์ โจทก์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชั้น เชิดโชติเพ็ชร์ · จำเลย - องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัช รัตนอุดม · ขจร หะวานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสนิท นิติธรรมาศ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 394/2550ฎีกา 358/2540ฎีกา 1781/2509ฎีกา 4082/2530ฎีกา 6239/2551ฎีกา 4225/2529ฎีกา 4873/2528ฎีกา 6695/2548ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1882/2518ฎีกา 1531/2526ฎีกา 3145/2545ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 2794/2526ฎีกา 7633/2550ฎีกา 1776/2541ฎีกา 75/2481ฎีกา 2768/2519ฎีกา 3005/2541ฎีกา 156/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา