⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1527/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1527/2527

ป.อาญา ม.80, 288, 295 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.158, 192

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำผิดต่อผู้เสียหายสองคน จึงต้องเรียงกระทงลงโทษจำเลยเป็นสองกรรม.

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องว่าจำเลยใช้เหล็กแหลมเป็นอาวุธแทงทำร้ายร่างกาย ห.ถูกที่บริเวณอก และแทง ย. ถูกที่บริเวณท้อง จนลำไส้ทะลุโดยเจตนาฆ่าแต่ ห. และ ย. ไม่ถึงแก่ความตาย แต่เป็นเหตุให้ ห. และ ย. ได้รับอันตรายแก่กายขอให้ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 เห็นได้ว่า โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยเป็นสองกรรม ศาลฎีกาเรียงกระทงลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้เหล็กแหลมเป็นอาวุธทำร้ายร่างกาย นายหัด กว้างขวาง ถูกที่บริเวณหน้าอก และแทงนายเยือน กว้างขวาง ถูกที่บริเวณท้อง จนลำไส้ทะลุโดยเจตนาฆ่า จำเลยลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุเนื่องจากแพทย์ได้ให้การรักษาไว้ทันท่วงที นายหัด กว้างขวาง และนายเยือนกว้างขวาง จึงไม่ถึงแก่ความตาย แต่เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษจำเลยกรรมละ ๑๐ ปี รวมสองกระทง ลงโทษจำคุกจำเลย ๒๐ ปี และให้ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการทำร้ายร่างกายนายหัดได้รับบาดเจ็บ และผิดฐานทำร้ายร่างกายนายเยือน ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เห็นว่าตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยเพียงกรรมเดียว แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าจำเลยทำผิดหลายกรรม ศาลจะลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไม่ได้ เพราะเกินคำฟ้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ และ ๒๙๗ แต่ให้ลงโทษบทหนักตามมาตรา ๒๙๗ จำคุกจำเลย ๔ ปี ริบของกลาง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายนายหัดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕เพราะมีความผิดฐานพยายามฆ่านายเยือนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ แล้ววินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน และตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ก็เห็นได้ว่าโจทก์ประสงค์ ให้ลงโทษจำเลยสองกรรม หาใช่ประสงค์ให้ลงโทษเพียงกรรมเดียวดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ เมื่อโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามฟ้องถือได้ว่า โจทก์ประสงค์ให้ศาลฎีกาลงโทษจำเลยทั้งสองกระทง ศาลฎีกาให้เรียงกระทงลงโทษจำเลยได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕ กระทงหนึ่ง จำคุก ๑ ปี และผิดตามมาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ อีกกระทงหนึ่ง จำคุก ๑๐ ปี รวม ๒ กระทง เป็นจำคุก ๑๑ ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1527/2527 พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ โจทก์ นายบุญหยาดหรือหยาด ทองมาก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ · จำเลย - นายบุญหยาดหรือหยาด ทองมาก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายฤทธิไกร สายเกษ · ศาลอุทธรณ์ - นายประชา บุญวนิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 244/2535ฎีกา 4934/2541ฎีกา 6406/2549ฎีกา 2181/2531ฎีกา 17836/2556ฎีกา 4009-4010/2549ฎีกา 2530/2554ฎีกา 1601/2538ฎีกา 3055/2522ฎีกา 13360/2556ฎีกา 2592/2542ฎีกา 771-777/2515ฎีกา 1316/2513ฎีกา 3145/2524ฎีกา 67/2490ฎีกา 798/2502ฎีกา 160/2533ฎีกา 679/2485ฎีกา 2510/2562ฎีกา 1504/2536ฎีกา 2486/2558ฎีกา 1353/2529ฎีกา 15/2509ฎีกา 4919/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา