คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1527/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำผิดต่อผู้เสียหายสองคน จึงต้องเรียงกระทงลงโทษจำเลยเป็นสองกรรม.
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องว่าจำเลยใช้เหล็กแหลมเป็นอาวุธแทงทำร้ายร่างกาย ห.ถูกที่บริเวณอก และแทง ย. ถูกที่บริเวณท้อง จนลำไส้ทะลุโดยเจตนาฆ่าแต่ ห. และ ย. ไม่ถึงแก่ความตาย แต่เป็นเหตุให้ ห. และ ย. ได้รับอันตรายแก่กายขอให้ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 เห็นได้ว่า โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยเป็นสองกรรม ศาลฎีกาเรียงกระทงลงโทษจำเลยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้เหล็กแหลมเป็นอาวุธทำร้ายร่างกาย นายหัด กว้างขวาง ถูกที่บริเวณหน้าอก และแทงนายเยือน กว้างขวาง ถูกที่บริเวณท้อง จนลำไส้ทะลุโดยเจตนาฆ่า จำเลยลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุเนื่องจากแพทย์ได้ให้การรักษาไว้ทันท่วงที นายหัด กว้างขวาง และนายเยือนกว้างขวาง จึงไม่ถึงแก่ความตาย แต่เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ และริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษจำเลยกรรมละ ๑๐ ปี รวมสองกระทง ลงโทษจำคุกจำเลย ๒๐ ปี และให้ริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการทำร้ายร่างกายนายหัดได้รับบาดเจ็บ และผิดฐานทำร้ายร่างกายนายเยือน ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เห็นว่าตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยเพียงกรรมเดียว แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าจำเลยทำผิดหลายกรรม ศาลจะลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไม่ได้ เพราะเกินคำฟ้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ และ ๒๙๗ แต่ให้ลงโทษบทหนักตามมาตรา ๒๙๗ จำคุกจำเลย ๔ ปี ริบของกลาง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายนายหัดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕เพราะมีความผิดฐานพยายามฆ่านายเยือนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ แล้ววินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน และตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ก็เห็นได้ว่าโจทก์ประสงค์ ให้ลงโทษจำเลยสองกรรม หาใช่ประสงค์ให้ลงโทษเพียงกรรมเดียวดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ เมื่อโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามฟ้องถือได้ว่า โจทก์ประสงค์ให้ศาลฎีกาลงโทษจำเลยทั้งสองกระทง ศาลฎีกาให้เรียงกระทงลงโทษจำเลยได้
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕ กระทงหนึ่ง จำคุก ๑ ปี และผิดตามมาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ อีกกระทงหนึ่ง จำคุก ๑๐ ปี รวม ๒ กระทง เป็นจำคุก ๑๑ ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1527/2527
พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ โจทก์
นายบุญหยาดหรือหยาด ทองมาก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ · จำเลย - นายบุญหยาดหรือหยาด ทองมาก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายฤทธิไกร สายเกษ · ศาลอุทธรณ์ - นายประชา บุญวนิช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา