คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แสดงให้เห็นเจตนาฆ่า คือการกระทำที่มุ่งประสงค์ต่อผลของการตายโดยตรง
การที่เจ้าพนักงานตำรวจซึ่งรักษาการอยู่ในงานมหรสพ ขอร้องให้จำเลยซึ่งมีอาการมึนเมาสุราช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยในงานนั้น ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และการที่จำเลยใช้มีดแทงเจ้าพนักงานตำรวจผู้นั้น ถือเป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่
ย่อคำพิพากษา
จำเลยแทงผู้ตายที่บริเวณหน้าอกเหนือหัวใจจนทะลุใน ครั้นผู้ตายล้มลง จำเลยคร่อมจะแทงซ้ำอีก เช่นนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า
พลตำรวจลาหยุดราชการในระหว่างที่ลาหยุดนั้น ไปเที่ยวในงานมหรศพซึ่งอยู่ในเขตท้องที่ซึ่งตนประจำการอยู่ จ่าสิบตำรวจตรีคนหนึ่งซึ่งรักษาการอยู่ในงานนั้นได้ขอร้องให้ช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยในงานนั้นด้วย จำเลยได้แสดงกิริยามึนเมาสุราในบริเวณงาน พลตำรวจนั้นได้ห้ามปรามและขอให้จำเลยกลับไปบ้าน จำเลยได้ใช้มีดแทงพลตำรวจผู้นั้นถึงบาดเจ็บสาหัส เช่นนี้ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 298.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใช้มีดปลายแหลมแทงพลตำรวจเสงี่ยม บาดเจ็บสาหัส เนื่องจากพลตำรวจเสงี่ยมห้ามไม่ให้จำเลยประพฤติวุ่นวายอันเป็นการกระทำตามหน้าที่ นอกจากนี้จำเลยได้ใช้มีดแทงผู้อื่นบาดเจ็บ ๓ คน และตาย ๑ คน โดยจำเลยมีเจตนาจะฆ่าให้ตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘,๒๙๗,๒๙๘,๒๙๕
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง แต่ให้ลงโทษจำเลยในกระทงหนักคือฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๙๑ จำคุก ๒๐ ปี
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยใช้มีดแทงนางเชยตรงบริเวณหน้าอกเหนือหัวใจจนทะลุใน ครั้นนางเชยล้มลงแล้วจำเลยคร่อมจะแทงซ้ำอีกเช่นนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่านางเชยให้ตาย
ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า เมื่อได้ความว่าพลตำรวจเสงี่ยมถูกจำเลยทำร้ายขณะที่ลาหยุดราชการ ไม่ควรถือว่าจำเลยทำร้ายเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่นั้น ความข้อนี้ปรากฏว่าพลตำรวจเสงี่ยมเป็นตำรวจรับราชการประจำสถานีตำรวจภูธรท่าฉาง ท้องที่เกิดเหตุ ได้มาเที่ยวในงานระหว่างลาหยุดราชการ แล้วจ่าสิบตำรวจเนียมวานให้ช่วยรักษาความสงบในงานนั้นด้วย ครั้นเห็นจำเลยเมาสุรา พลตำรวจเสงี่ยมจึงพูดจาตักเตือน ย่อมถือได้ว่าการที่พลตำรวจเสงี่ยมถูกจำเลยแทงก็เพราะเหตุที่ได้กระทำการตามหน้าที่ ห้ามปรามจำเลยไม่ให้แสดงกิริยาเมามายในที่ประชุมชน ที่ศาลล่างพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องชอบแล้ว พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15/2509
อัยการประจำศาลจังหวัดไชยา โจทก์
นายครอง นิลสำราญ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการประจำศาลจังหวัดไชยา · จำเลย - นายครอง นิลสำราญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · อดุล รัตนปิณฑะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดไชยา - นายพลจิตต์ ดียืน · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ โชติรัต. |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา