⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1555/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1555/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อตัวการมอบหมายให้ตัวแทนจัดทำกิจการใดๆ และตัวแทนได้ออกเงินทดรองไปเพื่อการนั้น ตัวแทนย่อมมีสิทธิเรียกให้ตัวการชดใช้เงินคืนได้ แม้การกระทำของตัวแทนจะตกเป็นโมฆะ ตัวการก็ต้องรับผิดในผลแห่งการนั้นหากเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยตั้งโจทก์เป็นตัวแทนในการซื้อขายหุ้น ย่อมมีความผูกพันต่อโจทก์ตามสัญญาตัวแทน เมื่อโจทก์ออกเงินทดรอง ซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แทนจำเลยอันเป็นการจัดทำกิจการ ตามที่จำเลยมอบหมาย โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะเรียกเอา เงินชดใช้ จากจำเลยซึ่งเป็นตัวการได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 816 การที่จำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ที่โจทก์ออก เงินทดรองไป จึงเป็นการชำระหนี้ที่มีมูลหนี้โดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อโจทก์เรียกเก็บเงินไม่ได้ จำเลยจึงต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ย แบบการโอนหุ้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1129วรรคสองใช้บังคับเฉพาะการโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นเท่านั้น ส่วนหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จะเป็นหุ้นชนิดใดไม่ปรากฏ จะอนุมานเอาว่าเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้น ซึ่งตกอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติดังกล่าวหาได้ ไม่ การที่จำเลยตั้งโจทก์เป็นตัวแทนซื้อขายหุ้นใน ตลาดหลักทรัพย์ซึ่งมีวิธีปฏิบัติปกติโดยการโอนลอย เมื่อโจทก์ซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แทนจำเลยโดยดำเนินตามทางที่เคยทำกันมา ย่อมเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตัวแทนโดยชอบ จำเลยซึ่ง เป็นตัวการจะต้องรับสนองในผลแห่งการกระทำของโจทก์ ถึงหากนิติกรรมการซื้อหุ้นจะตกเป็นโมฆะจำเลยก็ต้องรับผลแห่งการนั้น จะยกมาเป็นข้ออ้างเพื่อปฏิเสธไม่ชำระหนี้ ที่โจทก์ออกเงินทดรองไปในการจัดทำกิจการแทนจำเลยหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.816 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.820 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1129 พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2517 ม.20

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด จำนวนเงิน๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยสั่งจ่ายชำระหนี้ให้แก่โจทก์ เมื่อถึงกำหนดชำระ โจทก์ได้เรียกเก็บเงินตามเช็ค แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยออกเช็คพิพาทให้แก่โจทก์โดยสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรม โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยไม่มีมูลหนี้ที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาชำระเงินจำนวน ๕๒,๘๑๒.๕๐ บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยตั้งโจทก์เป็นตัวแทนในการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ที่โจทก์ออกเงินทดรองซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แทนจำเลย แต่โจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้ เพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเนื่องจากบัญชีของจำเลยปิดแล้ว วิธีปฏิบัติของโจทก์ในการซื้อขายหุ้นแทนจำเลยมีดังนี้ คือ เมื่อจำเลยต้องการจะซื้อหุ้นจำนวนเท่าใด ราคาหุ้นละเท่าใด ในวันเวลาใด โจทก์ก็จะซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ให้ตามที่จำเลยประสงค์ ซึ่งอาจซื้อจากบริษัทเดียวหรือหลายบริษัทก็ได้เมื่อซื้อได้แล้วไม่ได้โอนใส่ชื่อโจทก์ในฐานะเป็นตัวแทนของจำเลยหรือโอนใส่ชื่อจำเลยคงปล่อยให้ลอยไว้เช่นนั้น เมื่อจำเลยต้องการขายก็จะแจ้งไปยังโจทก์เพื่อขายให้ตามวันเวลาและราคาที่จำเลยแจ้งไป ปฏิบัติกันเช่นนี้เป็นปกติในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเป็นการโอนลอย และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยตั้งโจทก์เป็นตัวแทนในการซื้อขายหุ้น ย่อมมีความผูกพันต่อโจทก์ตามสัญญาตัวแทน เมื่อโจทก์ออกเงินทดรองซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แทนจำเลย อันเป็นการจัดทำกิจการตามที่จำเลยมอบหมาย โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะเรียกเอาเงินชดใช้จากจำเลยซึ่งเป็นตัวการได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตา ๘๑๖ ดังนั้นที่จำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ที่โจทก์ออกเงินทดรองไปดังกล่าว จึงเป็นการชำระหนี้ที่มีมูลหนี้โดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อโจทก์เรียกเก็บเงินไม่ได้ จำเลยจะต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๐๐ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในระหว่างผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๔ ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ตกลงซื้อขายหุ้นโดยการโอนลอยนิติกรรมเป็นโมฆะการทดลองจ่ายเงินตามสัญญาซื้อขายหุ้นที่เป็นโมฆะย่อมไม่มีผลต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม คือหุ้นต้องสิ้นไป และเงินต้องรับกลับมา โจทก์จะนำเอาสัญญาที่เป็นโมฆะมาเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ไม่ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์โดยการโอนลอยนิติกรรมจะตกเป็นโมฆะเพราะเหตุใด จำเลยมิได้กล่าวอ้างมาในฎีกาโดยชัดแจ้งถ้าจะว่าเป็นโมฆะ เพราะทำไม่ถูกต้องตามแบบการโอนหุ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๒๙ วรรคสอง ดังที่จำเลยหยิบยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ แบบดังกล่าวก็ใช้บังคับเฉพาะการโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นเท่านั้นส่วนหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จะเป็นหุ้นชนิดใดไม่ปรากฏ จะอนุมานเอาว่าเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นซึ่งตกอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติดังกล่าวหาได้ไม่ แต่อย่างไรก็ดี การที่จำเลยตั้งโจทก์เป็นตัวแทนซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งมีวิธีปฏิบัติปกติโดยการโอนลอยนั้น เมื่อโจทก์ซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แทนจำเลยโดยดำเนินการตามทางที่เคยทำกันมาย่อมเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตัวแทนโดยชอบ จำเลยซึ่งเป็นตัวการจะต้องรับสำนองในผลแห่งการกระทำของโจทก์ ถึงหากนิติกรรมการซื้อหุ้นจะตกเป็นโมฆะ จำเลยก็จะต้องรับผลแห่งการนั้นจะยกมาเป็นข้ออ้างเพื่อปฏิเสธไม่ชำระหนี้ที่โจทก์ออกเงินทดรองไปในการจัดทำกิจการแทนจำเลยหาได้ไม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1555/2527 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์คาเธ่ย์ทรัสต์ จำกัด โจทก์ นางพรรณเพ็ญ อุทารวุฒิพงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์คาเธ่ย์ทรัสต์ จำกัด · จำเลย - นางพรรณเพ็ญ อุทารวุฒิพงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดิ์ สนองชาติ · นิยม ติวุตานนท์ · ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอุระ หวังอ้อมกลาง · ศาลอุทธรณ์ - นายวิบูลย์ สิริตระกูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 1781/2509ฎีกา 597/2534ฎีกา 698/2537ฎีกา 2763/2536ฎีกา 4225/2529ฎีกา 710/2542ฎีกา 4873/2528ฎีกา 1590/2503ฎีกา 18343/2556ฎีกา 6695/2548ฎีกา 2345/2540ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 2286/2517ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 158/2509ฎีกา 3190/2530ฎีกา 2489/2528ฎีกา 3329/2550ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 2794/2526ฎีกา 1776/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา