⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1640/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1640/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของหุ้นส่วนผู้จัดการของนิติบุคคลย่อมถือเป็นการกระทำของนิติบุคคลนั้น แม้ในเอกสารจะไม่ได้ระบุว่ากระทำในฐานะผู้แทนก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

กรมธรรม์ประกันภัยระบุชื่อ อ. เป็นผู้เอาประกันภัย โดยไม่ระบุว่า กระทำในฐานะผู้แทนห้างจำเลยที่ 2 แต่ อ. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของ ห้างจำเลยที่ 2 และรถยนต์คันที่ เอาประกันภัยค้ำจุนไว้กับจำเลยที่ 3 ก็เป็นของห้างจำเลยที่ 2 มิใช่ของ อ.เป็นส่วนตัวอ. จึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสีย ในรถยนต์ที่เอาประกันภัย การที่ อ. นำรถยนต์ดังกล่าวไปทำ สัญญาประกันภัยกับจำเลยที่ 3 จึงเป็น การกระทำในฐานะผู้แทนของ ห้างจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนิติบุคคล เพราะความประสงค์ของนิติบุคคลย่อมแสดงปรากฏจากผู้แทนของนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 75 ถือได้ว่าเป็นการกระทำของห้างจำเลยที่ 2 เอง การ ที่ไม่ระบุไว้ ในกรมธรรม์ประกันภัยว่า อ. กระทำการแทนห้าง จำเลยที่ 2 หาทำให้ การกระทำในฐานะผู้แทนของนิติบุคคลกลับกลายเป็นการกระทำใน ฐานะส่วนตัวไปไม่ เมื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้เอาประกันภัย จำเลยที่ 3 เป็น ผู้รับประกันภัยค้ำจุนจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามมาตรา 887

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.69 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.863 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.887

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 80-0803 อยุธยา ของจำเลยที่ 2 ไปในทางการที่จ้างโดยประมาทเป็นเหตุให้ชนเสาเหล็กติดตั้งโคมและอุปกรณ์ไฟฟ้าสาธารณะของโจทก์เสียหาย โดยมีจำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยรถคันดังกล่าวของจำเลยที่ 2 ขอศาลบังคับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 3 ให้การว่ารับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ตามฟ้องไว้เพื่อความรับผิดชอบของบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่จำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 1 มิใช่ลูกจ้างของผู้เอาประกันภัย จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย ล.1 จะระบุชื่อนายอุทิศ เสริฐศรี เป็นผู้เอาประกันภัย โดยไม่ระบุว่ากระทำในฐานะผู้แทนห้างจำเลยที่ 2 แต่นายอุทิศเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างจำเลยที่ 2 และรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 80-0803 อยุธยา ที่เอาประกันภัยค้ำจุนไว้กับจำเลยที่ 3ก็เป็นของห้างจำเลยที่ 2 มิใช่ของนายอุทิศเป็นส่วนตัว นายอุทิศจึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในรถยนต์ที่เอาประกันภัยไว้ การที่นายอุทิศนำรถยนต์ดังกล่าวไปทำสัญญาประกันภัยกับจำเลยที่ 3 เชื่อได้ว่าเป็นการกระทำในฐานะผู้แทนของห้างจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนิติบุคคล เพราะความประสงค์ของนิติบุคคลย่อมแสดงปรากฏจากผู้แทนของนิติบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 75 จึงถือได้ว่าเป็นการกระทำของห้างจำเลยที่ 2 เอง การที่ไม่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยว่า นายอุทิศกระทำการแทนห้างจำเลยที่ 2 หาทำให้การกระทำในฐานะผู้แทนของนิติบุคคลกลับกลายเป็นการกระทำในฐานะส่วนตัวไปไม่เมื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้เอาประกันภัย จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1640/2527 กรุงเทพมหานคร โจทก์ นายสำราญ ศิลาราช กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรุงเทพมหานคร · จำเลย - นายสำราญ ศิลาราช กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา · ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7230/2552ฎีกา 681/2506ฎีกา 990/2514ฎีกา 3131/2543ฎีกา 4790/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 7552/2568ฎีกา 3760/2533ฎีกา 361/2539ฎีกา 4473/2541ฎีกา 2208/2535ฎีกา 4117/2566ฎีกา 588/2514ฎีกา 2343/2527ฎีกา 352/2554ฎีกา 185/2489ฎีกา 1451/2521ฎีกา 312/2534ฎีกา 156/2513ฎีกา 1492/2524ฎีกา 3431/2529ฎีกา 500/2557ฎีกา 4904/2565ฎีกา 4977/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา