⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1645/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1645/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีซ้ำกับคดีที่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แม้จะอ้างเหตุผลต่างกัน แต่ถ้าประเด็นแห่งคดีเป็นประเด็นเดียวกันกับคดีเดิมที่ได้วินิจฉัยไปแล้ว ถือเป็นฟ้องซ้ำ.

ย่อคำพิพากษา

คดีแรกโจทก์ฟ้องเรียกเงินเดือนเดือนสุดท้าย เงินสะสมพร้อมดอกเบี้ย และเงินบำเหน็จจากจำเลย อ้างว่าจำเลยไม่คืนเงิน ตามสิทธิให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิ เรียกเงินจำนวนนี้คืน เพราะโจทก์ตกลงยินยอมให้จำเลยหักเงิน จำนวนนี้ชำระหนี้ที่โจทก์เป็นหนี้เงินยืม จากจำเลยส่วนหนึ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินจำนวนเดียวกันคืนอีกอ้างว่าเป็นลาภมิควรได้ จำเลยไม่มีสิทธิหักเงินไว้ชำระหนี้เพราะไม่มีหนี้ต่อกันจึงต้องคืนแก่โจทก์ ประเด็นแห่งคดีก็เหมือนกับคดีแรกว่า โจทก์มีสิทธิเรียกเงินจำนวนนี้คืนจากจำเลยได้หรือไม่ โดยจะนำเงินจำนวนนี้ไปหักหนี้ที่ ยืมจากจำเลยไปได้หรือไม่ เป็นการเรียกทรัพย์คืนโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ฟ้องคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำงานกับจำเลยจนเกษียณอายุ และออกจากงาน มีสิทธิได้รับเงินเดือนเดือนสุดท้าย เงินสะสม และเงินบำเหน็จ จำเลยเคยฟ้องโจทก์และศาลพิพากษาว่าโจทก์ไม่ต้องชำระเงินยืมทดรอง และโจทก์ได้ฟ้องจำเลยเรียกทรัพย์สิน แต่จำเลยชนะคดีโดยศาลพิพากษาว่าจำเลยมีสิทธิหักเงินเดือน เงินสะสม เงินบำเหน็จของโจทก์ไว้ได้ แต่เมื่อคดีแรกศาลพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีหนี้ติดค้างกับจำเลย แม้จำเลยจะชนะคดีหลัง จำเลยก็ไม่มีสิทธิยึดเงินดังกล่าวไว้ ต้องคืนแก่โจทก์เพราะเป็นลาภมิควรได้ ขอให้จำเลยชำระเงินเดือน เงินสะสม เงินบำเหน็จให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า คดีก่อนศาลฎีกาพิพากษาว่า โจทก์ตกลงยินยอมให้จำเลยหักเงินเดือน เงินสะสมพร้อมดอกเบี้ย และเงินบำเหน็จ ชำระหนี้ที่โจทก์เป็นหนี้เงินยืมจากจำเลยส่วนหนึ่ง จำเลยจึงมีสิทธิหักเงินดังกล่าวของโจทก์ไว้ได้การที่โจทก์นำคดีนี้มาฟ้อง ประเด็นข้อพิพาทเหมือนกัน อาศัยเหตุเรียกทรัพย์สินเช่นเดียวกัน จึงเป็นฟ้องซ้ำ และคดีขาดอายุความลาภมิควรได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีแรกโจทก์ฟ้องเรียกเงินคืนอ้างว่าจำเลยทำละเมิดไม่คืนเงินตามสิทธิให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินจำนวนนี้คืน เพราะโจทก์ตกลงยินยอมให้จำเลยหักเงินจำนวนนี้ชำระหนี้ที่โจทก์เป็นหนี้เงินยืมจากจำเลยส่วนหนึ่งแล้ว ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินจำนวนเดียวกันคืนอีกอ้างว่าเป็นลาภมิควรได้ จำเลยไม่มีสิทธิหักเงินไว้ชำระหนี้เพราะไม่มีหนี้ต่อกันจึงต้องคืนแก่โจทก์ ประเด็นแห่งคดีก็เหมือนกับคดีแรกว่าโจทก์มีสิทธิเรียกเงินจำนวนนี้คืนจากจำเลยได้หรือไม่ โดยจะนำเงินจำนวนนี้ไปหักหนี้ที่ยืมจากจำเลยไปได้หรือไม่ เป็นการเรียกทรัพย์คืนโดยอาศัยเหตุเดียวกันทั้งสองคดี ฟ้องคดีหลังคือคดีนี้ของโจทก์จึงเป็นการฟ้องซ้ำซึ่งกฎหมายห้ามมิให้รื้อร้องฟ้องกันอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1645/2527 พันเอกเขษม สงวนพงษ์ โจทก์ องค์การผลิตอาหารสำเร็จรูป (อสร.) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันเอกเขษม สงวนพงษ์ · จำเลย - องค์การผลิตอาหารสำเร็จรูป (อสร.)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ บุญเลี้ยง · อุดม บรรลือสินธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจิระ บุญพจนสุนทร · ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ รักขพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 1111/2494ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 4590/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534ฎีกา 1061/2511ฎีกา 82/2512ฎีกา 226/2532ฎีกา 663/2488ฎีกา 1008/2510ฎีกา 7631/2552ฎีกา 2564/2546ฎีกา 746/2533ฎีกา 89/2502ฎีกา 459/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา