⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1741/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1741/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองที่ดินมรดกโดยส่วนสัด ย่อมทำให้ผู้ครอบครองมีสิทธิในที่ดินส่วนนั้น และการที่ผู้ครอบครองมิได้ดำเนินการทางทะเบียนหรือคัดค้านการขอออกเอกสารสิทธิของผู้อื่น ไม่ถือว่าเป็นการสละสิทธิในที่ดินที่ตนครอบครอง.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และจำเลยต่างครอบครองที่ดินมรดกเป็นส่วนสัด ที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์ครอบครองจึงเป็นของโจทก์ การที่โจทก์มิได้นำสำรวจที่ดินหรือเสียภาษีบำรุงท้องที่ ไม่ทำให้โจทก์เสียสิทธิครอบครอง และการที่โจทก์มิได้คัดค้านกรณีที่จำเลยขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือขอออกโฉนดที่ดิน มิได้หมายความว่าโจทก์ยอมรับโดยปริยายว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย ที่จำเลยขอออกโฉนดที่ดินของจำเลยแล้วรังวัดรวมที่ดินพิพาทของโจทก์เข้าไปด้วย เป็นการไม่ชอบ แม้โจทก์จะฟ้องขอให้แบ่งแยกที่พิพาท ศาลก็มีอำนาจที่จะเพิกถอนโฉนดที่ดินส่วนที่ทับที่ดินพิพาทและห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับ ที่ดินพิพาทได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1750

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า มารดาโจทก์ได้ครอบครองที่ดิน ๑ แปลง ด้วยความสงบเปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันนานประมาณ ๕ ปีก็ถึงแก่ความตาย โจทก์เข้ารับมรดกครอบครองที่ดินดังกล่าว ต่อมาจำเลยอ้างว่าที่ดินเป็นของจำเลยซึ่งได้ขอออกโฉนดไว้แล้ว ปรากฏว่าจำเลยได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์และโฉนดที่ดินทับที่ดินของโจทก์ทั้งแปลง เป็นการไม่ชอบ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์โดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ ให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวออกจากโฉนดแล้วใส่ชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ จำเลยให้การว่า จำเลยร่วมกันครอบครองที่ดินดังกล่าวมาก่อนที่จะเป็นที่ดินมีโฉนด เมื่อทางราชการออกโฉนดที่ดินดังกล่าวโจทก์ไม่เคยคัดค้านการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือโฉนดที่ดิน โจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่ดินพิพาทโจทก์ขออาศัยปลูกบ้านอยู่ในที่พิพาท ครั้นที่ดินตกเป็นของจำเลย จำเลยคงให้โจทก์อาศัยเช่นเดิม ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ที่ดินแปลงเนื้อที่ ๓ ไร่เศษรวมทั้งที่พิพาทเป็นที่ดินมรดกซึ่งโจทก์และจำเลยต่างครอบครองเพื่อตนเองเป็นส่วนสัด ที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์ครอบครองจึงเป็นของโจทก์ แล้ววินิจฉัยว่า การที่โจทก์มิได้นำสำรวจที่ดินหรือเสียภาษีบำรุงท้องที่ ไม่ทำให้โจทก์เสียสิทธิครอบครอง การที่โจทก์มิได้คัดค้านกรณีที่จำเลยกับพวกขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือขอออกโฉนดที่ดิน มิได้หมายความว่าโจทก์ยอมรับโดยปริยายว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยกับพวก ที่จำเลยขอออกโฉนดที่ดินของจำเลยแล้วรังวัดรวมที่ดินพิพาทของโจทก์เข้าไปด้วย เป็นการไม่ชอบ แม้โจทก์จะฟ้องขอให้แบ่งแยกที่พิพาท ศาลก็มีอำนาจที่จะเพิกถอนโฉนดที่ดินส่วนที่ทับที่ดินพิพาทและห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทได้ พิพากษากลับว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ให้เพิกถอนโฉนดที่ดินของจำเลยเฉพาะส่วนที่ทับที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1741/2527 นางดี หรือทองดี เที่ยงตรง โจทก์ นายปิ่น เครือเช้า กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางดี หรือทองดี เที่ยงตรง · จำเลย - นายปิ่น เครือเช้า กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร สุมิระ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายไพบูลย์ ถิรรุ่งเรือง · ศาลอุทธรณ์ - นายกระสินธุ์ นันทกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 4415/2528ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4470/2543ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 6663/2538ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1348/2508ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา