⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 184/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 1 ปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลฎีกาต้องวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายโดยฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้ว.

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้บทมาตราที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้วลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 1 ปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 คดีที่ฎีกาได้แต่เฉพาะข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนั้นศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนเมื่อศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยใช้มีดปอกผลไม้ทั้งด้ามและตัวมีดยาวเพียง 1 คืบ แทงผู้เสียหายไป 1 ที ขณะชกต่อยกัน แล้วมิได้แทงซ้ำอีก แสดงว่าไม่มีเจตนาฆ่า จากข้อเท็จจริงดังกล่าวจำเลยจึงมีความผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส ไม่ผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.222 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดแทงผู้เสียหาย ๑ ที ถูกที่บริเวณหน้าอกข้างซ้ายได้รับอันตรายแก่กาย โดยจำเลยมีเจตนาฆ่า จำเลยลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้วแต่ไม่บรรลุผล เพราะแพทย์ทำการรักษาไว้ทัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำเลยให้การว่ากระทำเพื่อป้องกันตัว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า กรณีไม่เป็นการป้องกัน แต่จำเลยแทงผู้เสียหายโดยบันดาลโทสะ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ ลงโทษจำคุก ๖ เดือน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นกรณีวิวาทกัน จำเลยจะอ้างเหตุบันดาลโทสะไม่ได้ และจำเลยไม่มีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ จำคุก ๖ เดือน โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแล้วแก้บทมาตราที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน ๑ ปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ ในชั้นนี้คงมีปัญหาข้อกฎหมายมาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗หรือฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามมาตรา ๒๘๘, ๘๐ พิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๒ บัญญัติว่า ถ้าคดีมีปัญหาแต่เฉพาะข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนซึ่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยใช้มีดปอกผลไม้ทั้งด้ามและตัวมีดยาวเพียง ๑ คืน แทงผู้เสียหายไป ๑ ที ขณะชกต่อยกันแล้วมิได้แทงซ้ำอีก แสดงว่าไม่มีเจตนาจะฆ่า จากข้อเท็จจริงดังกล่าวมาแล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นว่ากรณีเช่นนี้จำเลยคงมีความผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ เท่านั้น แต่ไม่ผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามมาตรา ๒๘๘, ๘๐ ดังที่โจทก์ฎีกา ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีชอบแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2527 พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์ นายสมนึก แก้วปาน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท · จำเลย - นายสมนึก แก้วปาน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · ปรีชา พานิชวงศ์ · เสนอ ศรนิยม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยนาท - นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายพนม พ่วงภิญโญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 845/2543ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 218/2555ฎีกา 1148/2534ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 1211/2536ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 369/2501ฎีกา 2826/2524ฎีกา 1082/2511ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 635/2485ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา