คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2927/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจะสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดได้ ต้องเกิดจากการที่เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการฝ่าฝืนกฎหมายและก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้มีส่วนได้เสีย.
ย่อคำพิพากษา
การที่ศาลจะสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดได้นั้น ต้องเป็นกรณีที่ต้องด้วย มาตรา 296 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คือเจ้าพนักงานบังคับคดีต้องดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและเกิดการเสียหายแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีบุคคลดังกล่าวจึงมีสิทธิยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลก่อนการบังคับคดีเสร็จลง ขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนได้ เมื่อตามคำร้องของจำเลยมิได้กล่าวอ้างเลยว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแต่ประการใด เพียงแต่กล่าวอ้างว่าโจทก์ได้สมคบกันประมูลเพื่อกดราคาที่ดินให้ต่ำกว่าราคาที่แท้จริงมีพฤติการณ์ที่ไม่สุจริตซึ่งมิได้เป็นการกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดี จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดตามบทกฎหมายดังยกขึ้นกล่าวข้างต้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ สืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยแบ่งทรัพย์พิพาทให้โจทก์กึ่งหนึ่ง หากทรัพย์รายใดสภาพแบ่งแยกไม่ได้ให้เอาออกขายทอดตลาดแบ่งกันตามส่วน ศาลชั้นต้นออกคำบังคับและจำเลยทราบแล้วไม่ปฏิบัติตาม จึงมีการประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ ซึ่งจำเลยทราบแล้ว ถึงวันกำหนดเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทให้แก่ผู้ประมูลได้แล้ว และโจทก์ได้รับเงินส่วนแบ่งตามคำพิพากษาไปแล้ว ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องว่าทรัพย์ที่ขายทอดตลาดไปตามสภาพสามารถแบ่งกันได้การประมูลขายทอดตลาดโจทก์สมคบกับพวกประมูลกดราคาให้ต่ำกว่าราคาที่แท้จริงซึ่งผู้ประมูลได้ล้วนเป็นพวกของโจทก์เป็นการไม่สุจริต ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทแล้วสั่งให้นำมาจัดแบ่งกันระหว่างโจทก์จำเลย หรือมิฉะนั้นให้ประกาศขายทอดตลาดใหม่ โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้าน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาในเบื้องแรกว่า จำเลยมีสิทธิร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ขายไปแล้วหรือไม่ ในปัญหาดังกล่าวนี้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำร้องของจำเลยมีความประสงค์ที่จะให้ศาลสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดแล้วดำเนินการบังคับคดีใหม่ คือนำทรัพย์พิพาทมาจัดการแบ่งกันระหว่างโจทก์จำเลยหรือประกาศขายทอดตลาดใหม่ซึ่งเป็นกรณีในชั้นบังคับคดีสำหรับกรณีนี้เป็นเรื่องที่มีการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทไปแล้ว การที่จะสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดได้นั้น ต้องเป็นกรณีที่ต้องด้วยมาตรา ๒๙๖วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คือเจ้าพนักงานบังคับคดีต้องดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และเกิดการเสียหายแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี บุคคลดังกล่าวจึงมีสิทธิยื่นคำขอโดยเป็นคำร้องต่อศาลก่อนการบังคับคดีเสร็จลงขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนได้ แต่ตามคำร้องของจำเลยมิได้กล่าวอ้างเลยว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแต่ประการใด เพียงแต่กล่าวอ้างว่าโจทก์ได้สมคบกันประมูลเพื่อกดราคาที่ดินให้ต่ำกว่าราคาที่แท้จริงมีพฤติกาณณ์ที่ไม่สุจริต ซึ่งมิได้เป็นการกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดี จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดตามบทกฎหมายดังยกขึ้นกล่าวข้างต้น คดีไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นอีกเพราะไม่เป็นประโยชน์แก่คดี
พิพากษายืนค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2927/2527
นางทองเมี้ยน โคกเกษม โจทก์
นายลับ โคกเกษม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางทองเมี้ยน โคกเกษม · จำเลย - นายลับ โคกเกษม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยนต์ พิรวินิจ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · พจน์ บุญเลี้ยง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายทรงธรรม สุดสวาสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมประสงค์ พานิชอัตรา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา