⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3444/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3444/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำสัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อระงับข้อพิพาทเรื่องละเมิด มีผลให้สิทธิเรียกร้องเดิมระงับสิ้นไป และเกิดสิทธิเรียกร้องใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ผู้ค้ำประกันย่อมได้รับประโยชน์จากสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวด้วย และต้องร่วมรับผิดตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น

ย่อคำพิพากษา

สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2คู่กรณีมีเจตนามุ่งหมายที่จะระงับข้อพิพาทที่จำเลยที่ 2 มีหน้าที่จะต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายร่วมกับจำเลยที่ 1 ใน ฐานะที่เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ซึ่งได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ในทางการที่จ้าง จึงมีผลให้สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยที่ 2 ในมูลละเมิดระงับสิ้นไปโดยโจทก์ได้สิทธิเรียกร้องใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นจำเลยที่ 3 มิได้ร่วมลงชื่อด้วยจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้รับประกันภัยจึงยังต้องรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยต่อโจทก์จนกว่าโจทก์จะได้รับการชดใช้ค่าเสียหายจากจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยครบถ้วนตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์และจำเลยที่ 2 ตกลงประนีประนอมยอมความกันโดยโจทก์ยอมรับค่าเสียหายเพียง 17,500 บาท จำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยค้ำจุนซึ่งจะต้องรับผิดต่อเมื่อจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ ย่อมได้รับประโยชน์จากสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวด้วย จำเลยที่ 3 จึงต้องร่วมรับผิดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 17,500 บาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.887

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ ๒ ไปในทางการที่จ้างโดยประมาทชนทรัพย์สินของโจทก์เสียหายรวมเป็นเงิน ๕๔,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหายเพียง ๒๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยที่ ๒ กลับไม่ยอมใช้ให้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๓ เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ ๒ จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน ๕๔,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้การว่า ความเสียหายมิได้เกิดขึ้นเพราะฝ่ายจำเลยจำเลยจึงไม่ต้องรับผิด โจทก์และจำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดได้อีก จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์และจำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยโจทก์เรียกร้องเอาค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๒ เป็นเงิน ๑๗,๕๐๐บาท ทำให้หนี้ในมูลละเมิดระงับสิ้นไป โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ให้รับผิดอีก พิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๑๗,๕๐๐ บาท ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในมูลละเมิดจากจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ร่วมกันรับผิดจำนวน ๕๔,๐๐๐บาท จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดจำนวน ๑๗,๕๐๐ บาท จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นที่ว่า การที่โจทก์และจำเลยที่ ๒ ได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน จะทำให้จำเลยที่ ๓ หลุดพ้นความรับผิดหรือไม่นั้น เห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๒ นั้น คู่กรณีมีเจตนามุ่งหมายที่จะระงับข้อพิพาทที่จำเลยที่ ๒ มีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายร่วมกับจำเลยที่ ๑ ในฐานะที่จำเลยที่ ๒ เป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ ซึ่งได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ในทางการที่จ้าง จึงมีผลให้สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยที่ ๒ ในมูลละเมิดระงับสิ้นไปโดยโจทก์ได้สิทธิเรียกร้องใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ทั้งสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นจำเลยที่ ๓ มิได้ร่วมลงชื่อตกลงด้วย จำเลยที่ ๓ ในฐานะผู้รับประกันภัยจึงยังต้องรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยต่อโจทก์จนกว่าโจทก์จะได้รับการชดใช้ค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๒ ผู้เอาประกันภัยครบถ้วนตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์และจำเลยที่ ๒ ตกลงประนีประนอมยอมความกัน โดยโจทก์ยอมรับค่าเสียหายเพียง ๑๗,๕๐๐ บาท ดังนั้น จำเลยที่ ๓ ผู้รับประกันภัยค้ำจุน ซึ่งจะต้องรับผิดก็ต่อเมื่อจำเลยที่ ๒ ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ ย่อมได้รับประโยชน์จากสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวด้วย จำเลยที่ ๓ จึงต้องร่วมรับผิดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน ๑๗,๕๐๐ บาท พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๓ ร่วมรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน ๑๗,๕๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3444/2527 นางสาวสุวิมล พิเชษฐรังสี โจทก์ นายเสมียน พวงกลับ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวสุวิมล พิเชษฐรังสี · จำเลย - นายเสมียน พวงกลับ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ จิวะชาติ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · วีระ ทรัพยไพศาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวินัย กันนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี แสงศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 3131/2543ฎีกา 3651/2526ฎีกา 8203/2538ฎีกา 2335/2551ฎีกา 2501/2526ฎีกา 3760/2533ฎีกา 1000/2505ฎีกา 361/2539ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 4473/2541ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534ฎีกา 1660/2518ฎีกา 8207/2538ฎีกา 352/2554ฎีกา 801/2521ฎีกา 3912/2526ฎีกา 953/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา