คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 348/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทายาทโดยธรรมมีสิทธิและหน้าที่จัดการศพของผู้ตาย แม้ผู้ตายจะมีทรัพย์สินตกแก่ศาสนสถานตามกฎหมายก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
แม้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นวัดมีสิทธิได้รับทรัพย์สินของพระภิกษุมั่นผู้มรณภาพซึ่งได้มาระหว่างสมณเพศ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1623 แต่พระภิกษุมั่นไม่มีทรัพย์สินอันเป็นมรดกทั้งพระภิกษุมั่นไม่ได้ตั้งบุคคลใดไว้ให้เป็นผู้จัดการทำศพ ฉะนั้นโจทก์ซึ่งเป็นทายาทพระภิกษุมั่นโดยเป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับพระภิกษุมั่น จึงเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่จัดการศพ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับพระภิกษุมั่น ทัตโตซึ่งอุปสมบทเป็นพระภิกษุมา ๗๐ ปีแล้ว เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๒๔ พระภิกษุมั่นได้มรณะภาพขณะที่พำนักอยู่ที่วัดจำเลยที่ ๑ โดยมิได้ทำพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินและผู้ที่จะจัดการทำศพไว้ โจทก์ในฐานะทายาทได้ไปขอรับศพพระภิกษุมั่นจากจำเลยทั้ง ๔ แต่ฝ่ายจำเลยไม่ยอมมอบศพพระภิกษุมั่นให้โจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับ
จำเลยทั้งสี่ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ทายาทของพระภิกษุมั่น พระภิกษุมั่นไม่เคยตั้งให้โจทก์เป็นผู้จัดการศพของตน พระภิกษุมั่นเป็นผู้ก่อตั้งวัดจำเลยที่ ๑และจำพรรษาอยู่ที่วัดจำเลยที่ ๑ เป็นเวลาหลายสิบปีจนกระทั่งมรณภาพ โดยถือเอาวัดจำเลยที่ ๑ เป็นภูมิลำเนาของตน เมื่อพระภิกษุมั่นมรณภาพทรัพย์สินต่าง ๆ ของพระภิกษุมั่นที่ได้มาระหว่างสมณเพศจึงตกเป็นสมบัติของวัดจำเลยที่ ๑ ทั้งสิ้น วัดจำเลยที่ ๑ จึงมีอำนาจหน้าที่โดยธรรมและชอบด้วยกฎหมายในอันที่จะจัดการศพของพระภิกษุมั่น ขอให้ยกฟ้อง
โจทก์จำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า โจทก์เป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับพระภิกษุมั่น ขณะมรณภาพพระภิกษุมั่นไม่มีทรัพย์สินอันเป็นมรดก
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันส่งมอบศพพระภิกษุมั่นให้แก่โจทก์
จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามที่คู่ความแถลงรับกันฟังได้ว่า โจทก์เป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับพระภิกษุมั่นผู้มรณภาพ โจทก์จึงเป็นทายาทของพระภิกษุมั่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๙ ส่วนจำเลยที่ ๑ซึ่งเป็นวัดแม้จะมีสิทธิได้รับทรัพย์สินของพระภิกษุมั่นซึ่งได้มาระหว่างสมณเพศตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๓ แต่พระภิกษุมั่นก็ไม่มีทรัพย์สินอันเป็นมรดกให้แก่จำเลยที่ ๑ ทั้งพระภิกษุมั่นมิได้ตั้งบุคคลใดไว้ให้เป็นผู้จัดการทำศพ ฉะนั้น โจทก์ซึ่งเป็นทายาทของพระภิกษุมั่นจึงเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่จัดการทำศพ ส่วนจำเลยที่ ๑ มิได้เป็นทายาทและมิได้รับทรัพย์มรดกของผู้ตายไม่มีสิทธิใด ๆ เกี่ยวกับการทำศพรายนี้
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 348/2527
นายศรีจันทร์ แก้วงามสอง โจทก์
วัดโนนสมบูรณ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายศรีจันทร์ แก้วงามสอง · จำเลย - วัดโนนสมบูรณ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท · นิยม ติวุตานนท์ · ศักดิ์ สนองชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายวิศิษฏ์ ฐิติภัค · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร ทองประยูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา