⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 67/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 67/2527

ป.พ.พ. ม.165

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรไม่ใช่พ่อค้าตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) จึงไม่สามารถนำอายุความ 2 ปี มาใช้บังคับได้

ย่อคำพิพากษา

องค์การตลาดเพื่อการเกษตรกรจัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ.2517 มี วัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 6(1) ถึง (8) หาใช่ประกอบการค้าโดยทำการซื้อสินค้ามาแล้วขายเป็นปกติธุระไม่จึงมิใช่เป็นพ่อค้าตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) จะนำอายุความ2 ปีมาใช้บังคับในกรณีขอให้ลูกหนี้ชำระค่าปุ๋ยไม่ได้ต้องใช้อายุความ 10 ปี ตาม มาตรา 164

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอรับชำระหนี้รายนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ขอรับชำระหนี้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงตามทางสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ความว่า จำเลยซื้อปุ๋ยเชื่อจากองค์การการตลาดเพื่อเกษตรกรผู้ขอรับชำระหนี้จำนวน 30,000 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 3 บาท 80 สตางค์ เป็นเงิน 114,000 บาท โดยติดต่อซื้อเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2518 และส่งมอบเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2518 ต่อมาจำเลยได้ชำระค่าปุ๋ยรวม 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2519 ชำระเป็นข้าวเปลือกคิดเป็นเงิน 38,980บาท ครั้งที่สองเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2519 ชำระเป็นข้าวเปลือกคิดเป็นเงิน16,608 บาท และครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2519 ชำระเป็นเงินโอนผ่านธนาคารจำนวน 3,700 บาท คงเหลือเงินที่ยังค้างชำระอยู่ทั้งสิ้น 54,721 บาท องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรยื่นคำขอรับชำระหนี้ในเงินจำนวนดังกล่าวซึ่งล่วงพ้นกำหนด 2 ปีนับแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2519 อันเป็นวันชำระหนี้ครั้งสุดท้าย คดีคงมีปัญหาตามข้อฎีกาของผู้รับชำระหนี้ว่า องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรผู้ขอรับชำระหนี้เป็นพ่อค้าอันอยู่ในบังคับอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าองค์การเพื่อเกษตรกรจัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ. 2517 มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 6(1) ถึง (8) หาใช่ประกอบการค้าโดยทำการซื้อสินค้ามาแล้วขายเป็นปกติธุระไม่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรจึงมิใช่เป็นพ่อค้าตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) กรณีจึงนำอายุความ 2 ปีตามมาตราดังกล่าวมาใช้บังคับไม่ได้ ต้องใช้อายุความ 10 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิขย์ มาตรา 165 มูลหนี้ขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกรผู้ขอรับชำระหนี้จึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาของผู้ขอรับชำระหนี้ฟังขึ้น พิพากษากลับ เป็นอนุญาตให้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรผู้ขอรับชำระหนี้ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนตามคำขอ และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้ค่าฤชาธรรมเนียมสองศาลแทนผู้ขอรับชำระหนี้โดยกำหนดค่าทนายความสองศาลเป็นเงิน 1,500 บาท ทั้งนี้โดยให้หักจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 67/2527 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โจทก์ เกษตรกรชาวนาหัวหว้า จำเลย ผู้ขอรับชำระหนี้ จำเลย องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร · จำเลย - เกษตรกรชาวนาหัวหว้า · จำเลย - ผู้ขอรับชำระหนี้ · จำเลย - องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เลิศวิรุฬห์ · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6320/2541ฎีกา 1982/2519ฎีกา 1531/2526ฎีกา 5675/2530ฎีกา 1808/2512ฎีกา 131/2536ฎีกา 2494/2531ฎีกา 3329/2536ฎีกา 1645/2538ฎีกา 746/2533ฎีกา 3778/2531ฎีกา 2372/2515ฎีกา 3823/2531ฎีกา 433/2523ฎีกา 934/2507ฎีกา 1309/2522ฎีกา 472/2521ฎีกา 2516/2529ฎีกา 3332/2525ฎีกา 1300/2482ฎีกา 5740/2550ฎีกา 1756/2520ฎีกา 395/2502ฎีกา 1172/2503
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา