⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1756/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1756/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้ยอมรับสภาพหนี้โดยปริยาย ถือเป็นการรับสภาพหนี้ตามกฎหมาย และทำให้การนับอายุความสะดุดหยุดลง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจ้างโจทก์ซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความให้จัดการขอแบ่งทรัพย์สินของผู้ตายจากผู้จัดการมรดกให้จำเลยโดยตกลงจะให้ค่าจ้างเป็นเงิน โจทก์จัดการจนสำเร็จก่อนครบกำหนดสองปีนับแต่วันที่ผลงานเสร็จ จำเลยไม่มีเงินสด จึงจะโอนตึกแถวพร้อมที่ดินให้โจทก์แทนเงินค่าจ้าง และมอบให้บุตรของจำเลยไปจัดการ เมื่อจำเลยไปอวยพรปีใหม่และโจทก์ถามถึงค่าจ้าง จำเลยก็บอกให้โจทก์ทราบ ดังนี้ เป็นการกระทำอันปราศจากเคลือบคลุมสงสัยตระหนักเป็นปริยายว่า ยอมรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องนั้น อายุความย่อมสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 ตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่ โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างนับจากวันหลังขึ้นปีใหม่ถึงวันฟ้องยังไม่เกินสองปี ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยและนายประมูล นวราช อยู่กินเป็นสามีภริยากันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส และร่วมกันทำมาหากินจนเกิดทรัพย์สินขึ้นหลายอย่าง ต่อมานายประมูลถึงแก่กรรม ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งทายาทของนายประมูลให้เป็นผู้จัดการมรดก ผู้จัดการมรดกบางคนและทายาทบางคนไม่ยอมแบ่งทรัพย์สินให้แก่จำเลยตามส่วน จำเลยมอบให้โจทก์เรียกร้องเอาทรัพย์สินที่จำเลยมีสิทธิได้รับ โจทก์ดำเนินการเรียกร้องเป็นลำดับมา ในที่สุดผู้จัดการมรดกและทายาทของนายประมูลยอมแบ่งทรัพย์สินให้จำเลยรวมเป็นราคา ๙๙๔,๓๑๒ บาท จำเลยตกลงจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ ๙๙,๐๐๐ บาท ภายใน พ.ศ.๒๕๑๕ แต่เมื่อถึงกำหนดแล้วจำเลยไม่ชำระ โจทก์ทวงถาม จำเลยเพิกเฉยเสีย จำเลยต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๑๖ ถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๔,๘๕๐ บาท รวมทั้งหมดจำเลยต้องชำระให้โจทก์ ๑๑๓,๘๕๐ บาท ขอให้พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยมอบให้โจทก์จัดการเรียกร้องทรัพย์สินจากกองมรดกของนายประมูล และไม่เคยตกลงจะจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ ทั้งจำเลยไม่เคยได้รับส่วนแบ่งจากกองมรดกของนายประมูล และตัดฟ้องว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ฯลฯ พิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างพร้อมทั้งดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง ๕๖,๙๒๔ บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี จากต้นเงิน ๔๙,๕๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ ฯลฯ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงยุติฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์มีอาชีพเป็นทนายความจำเลยเป็นภริยาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายของนายประมูล นวราช และมีบุตรด้วยกัน ๕ คน หลังจากนายประมูลตายและศาลมีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกของนายประมูลแล้ว ผู้จัดการมรดกบางคนจะแย่งมรดกของนายประมูลให้เฉพาะบุตรของนายประมูลซึ่งเกิดจากจำเลย และซึ่งเกิดจากภริยาอีกคนหนึ่ง แต่จะไม่แบ่งให้จำเลยเพราะเป็นภริยาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงไปปรึกษาโจทก์ โจทก์บอกว่าจำเลยมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งเพราะทำมาหากินร่วมกัน จำเลยจึงมอบให้โจทก์จัดการโจทก์มีหนังสือแจ้งให้นางเตือนใจผู้จัดการมรดกคนที่ไม่ยอมแบ่งทรัพย์สินให้จำเลยทราบว่าจำเลยมีสิทธิได้รับส่วนแบ่ง ต่อมานัดเจรจากัน จำเลยมอบให้โจทก์เจรจากับนางเตือนใจ ในที่สุดตกลงแบ่งที่ดินพร้อมบ้านและตึกแถว ๗ - ๘ คูหา กับเงินสด ๙๗,๐๐๐ บาทให้แก่จำเลยและบุตร ปรากฏตามบัญชีทรัพย์สินเอกสารหมาย จ.๘ ต่อมาเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๔ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งทรัพย์สินและมรดกกันตามเอกสารหมาย จ.ล.๑ ในประเด็นที่ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว ฟังว่าจำเลยตกลงจะให้ค่าจ้างเป็นเงินแก่โจทก์ ต่อมาจำเลยไม่มีเงินสด จึงจะโอนตึกแถวพร้อมที่ดิน ๑ คูหาให้โจทก์แทนเงินค่าจ้าง โดยจำเลยมอบให้นายประจำดีบุตรจำเลยจัดการ เมื่อจำเลยไปอวยพรปีใหม่ พ.ศ.๒๕๑๖ และโจทก์ถามถึงค่าจ้าง จำเลยจึงบอกให้โจทก์ทราบ การที่โจทก์ซึ่งเป็นทนายความฟ้องเรียกค่าจ้างในการที่โจทก์เจรจาแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่จำเลยและบุตรนั้นมีอายุความสองปีนับจากวันที่ผลงานเสร็จ คือวันที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันตามเอกสารหมาย จ.ล.๑ และเอกสารหมาย จ.ล๑ ทำเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๔ จึงครบอายุความสองปีภายในเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๖ แม้โจทก์ฟ้องคดีนี้หลังจากพ้นกำหนดสองปีนับจากวันที่ผลงานเสร็จ แต่ก่อนที่จะครบกำหนดสองปี จำเลยตกลงจะโอนตึกแถวพร้อมที่ดิน ๑ คูหาให้โจทก์แทนค่าจ้าง เพราะไม่มีเงินสด และจำเลยมอบให้นายประจำดีบุตรจำเลยจัดการโอนตึกแถวพร้อมทั้งที่ดิน ๑ คูหาให้โจทก์ เมื่อจำเลยไปอวยพรปีใหม่ พ.ศ.๒๕๑๖ และโจทก์ถามถึงค่าจ้าง จำเลยจึงบอให้โจทก์ทราบ การกระทำดังกล่าวของจำเลยเป็นการกระทำอันปราศจากเคลือบคลุมสงสัย ตระหนักเป็นปริยายว่ายอมรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องนั้น อายุความย่อมสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒ ตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.๒๕๑๖ และเริ่มนับอายุความใหม่หลังจากวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.๒๕๑๖ แต่นับจากวันหลังจากวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.๒๕๑๖ ถึงวันฟ้องยังไม่เกินสองปี ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1756/2520 นายณรงค์ บุบผาจิตร โจทก์ นางปทุม นวราช โดยนายประจำดี นวราช ผู้รับมอบอำนาจ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายณรงค์ บุบผาจิตร · ล. - นางปทุม นวราช โดยนายประจำดี นวราช ผู้รับมอบอำนาจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สอน ไชยสุต · เพียร ศรีอรุณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวิจิตร หิรัญรัศ · ศาลอุทธรณ์ - นายประพันธ์ พยัคฆบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4790/2533ฎีกา 1000/2496ฎีกา 2133/2531ฎีกา 9091/2538ฎีกา 6320/2541ฎีกา 3174/2527ฎีกา 2460/2517ฎีกา 1472/2532ฎีกา 994/2485ฎีกา 2504/2523ฎีกา 8498/2540ฎีกา 6607/2560ฎีกา 797/2509ฎีกา 873/2508ฎีกา 1982/2519ฎีกา 1531/2526ฎีกา 5675/2530ฎีกา 1808/2512ฎีกา 131/2536ฎีกา 5594/2536ฎีกา 450/2493ฎีกา 2750/2530ฎีกา 916/2509ฎีกา 728/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา