⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3443/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3443/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยกระทำการอันเป็นการยอมรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องของโจทก์ ถือเป็นการรับสภาพหนี้ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 ซึ่งมีผลทำให้อายุความสะดุดหยุดลงและเริ่มนับอายุความใหม่

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้โจทก์เมื่อ พ.ศ.2512 โจทก์ชำระราคาแล้วบางส่วน วันที่ 7 เมษายน 2518 โจทก์จำเลยไปยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกที่ดินด้วยกัน การที่จำเลยยื่นคำขอดังกล่าวก็เพื่อจะดำเนินการโอนที่พิพาทให้โจทก์ตามสัญญา ถือได้ว่าจำเลยทำการอันปราศจากเคลือบคลุมสงสัยตระหนักเป็นปริยายว่า จำเลยยอมรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีอยู่ต่อจำเลยตามสัญญาจะซื้อจะขายแล้ว จึงเป็นการรับสภาพหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 ซึ่งมีผลให้อายุความสะดุดหยุดลง เมื่อเริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2518 ถึงวันที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ยังไม่เกิน 10 ปี คดียังไม่ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้โจทก์ในราคา ๑๐,๐๐๐ บาท โจทก์ชำระราคาแล้ว ๙,๐๐๐ บาท โจทก์ขอให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ให้แต่จำเลยขอผัดผ่อนเรื่อยมา เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๑๘ จำเลยไปยื่นคำขอแบ่งแยกโฉนดเพื่อโอนที่พิพาทขายให้โจทก์ แต่ต่อมาจำเลยกลับบอกเลิกสัญญา ขอศาลพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนขายที่พิพาทให้โจทก์ในราคา ๑๐,๐๐๐ บาท หากจำเลยไม่ยอมไป ก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้โจทก์ในราคา ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๑๒ จำเลยได้ทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้โจทก์ในราคา ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยได้รับชำระค่าที่ดินจากโจทก์ ๒ ครั้ง เป็นเงิน ๙,๐๐๐ บาท คงเหลือค่าที่ดินอีก ๑,๐๐๐ บาท และจำเลยได้ไปยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินขอแบ่งแยกโฉนดเพื่อโอนที่พิพาทขายให้โจทก์ เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๑๘ แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ดังนี้ โจทก์ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ เมื่อนับจากวันทำสัญญาจะซื้อจะขาย คือวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๑๒ ถึงวันฟ้องจึงเกินกำหนดเวลา ๑๐ ปี คดีจึงมีปัญหาว่าการที่จำเลยไปยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อขอแบ่งแยกโฉนดขายที่พิพาทให้โจทก์เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๒๒ นั้น ถือว่าเป็นการรับสภาพหนี้ต่อโจทก์หรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วรับฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่า ในวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๑๘ นั้น โจทก์จำเลยไปยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกที่ดินด้วยกัน และการที่จำเลยไปยื่นคำขอรังวัดแบ่งโฉนดที่ดินดังกล่าวก็เพื่อจะดำเนินการโอนที่พิพาทให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อจะขายนั่นเอง การที่จำเลยกระทำการดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยได้ทำการอันปราศจากเคลือบคลุมสงสัยตระหนักเป็นปริยายว่า จำเลยยอมรับสภาพตามสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีอยู่ต่อจำเลยตามสัญญาจะซื้อจะขายที่พิพาทแล้ว จึงเป็นการรับสภาพหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๐ ซึ่งมีผลให้อายุความสะดุดหยุดลง เมื่อเริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๑๘ ถึงวันฟ้อง ยังไม่เกินกำหนด ๑๐ ปี ฟ้องโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3443/2526 นายแก้ว สีหบัณฑ์ โจทก์ นายคำ คำแฝง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแก้ว สีหบัณฑ์ · จำเลย - นายคำ คำแฝง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา พานิชวงศ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรานอม มหรรณพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายสลิล สินจำหน่าย · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ กลับดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 3375/2532ฎีกา 1090/2530ฎีกา 1862/2518ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 4790/2533ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1578/2493ฎีกา 6549/2542ฎีกา 2460/2517ฎีกา 144/2549ฎีกา 873/2508ฎีกา 6848/2540ฎีกา 3145/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา