⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 109/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องเกี่ยวกับวันเวลาเกิดเหตุความผิดที่ระบุช่วงเวลาพอสมควรและสถานที่เกิดเหตุที่อาจมีความคลาดเคลื่อนในรายละเอียดแต่ไม่ทำให้จำเลยหลงต่อสู้ ถือว่าฟ้องไม่เคลือบคลุมและไม่เป็นสาระสำคัญที่ศาลจะยกฟ้องได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องวันเวลาเกิดเหตุความผิดฐานรับของโจรไว้ว่าเมื่อระหว่างวันเวลาดังกล่าวในข้อ 1 จนถึงวันเวลาดังกล่าวในข้อ 2 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยกับพวกได้บังอาจรับของโจร ซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับวันเวลาที่เกิดการกระทำความผิดฐานรับของโจรพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม โจทก์บรรยายฟ้องว่าเหตุรับของโจรเกิดในท้องที่สองแห่งเกี่ยวพันกันและจำเลยกับพวกร่วมกันรับของโจรทรัพย์ทั้งหมดที่ถูกลักไป แต่ทางพิจารณาได้ความว่าพบรถยนต์ของกลางอันเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งที่ถูกลักไปในอีกท้องที่หนึ่งซึ่งต่างไปจากที่โจทก์ฟ้องข้อแตกต่างดังกล่าวเป็นเพียงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่กระทำความผิดและทรัพย์ที่จำเลยรับไว้ มิได้เป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้ ถือได้ว่ามิใช่ข้อแตกต่างกันในสาระสำคัญอันจะเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้องโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๓๕, ๓๕๗และสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน ๒๒,๕๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ลงโทษจำคุก ๔ ปี และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ตามจำนวนที่ฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมโดยโจทก์ไม่ได้ระบุวันเวลาตามที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรให้จำเลยทราบแน่ชัด ทำให้จำเลยหลงต่อสู้ เห็นว่า โจทก์ได้บรรยายวันเวลาเกิดเหตุความผิดฐานรับของโจรไว้ว่า เมื่อระหว่างวันเวลาดังกล่าวในข้อ ๑ (วันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๒๔ เวลากลางวัน) จนถึงวันเวลาดังกล่าวในข้อ ๒ (วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๒๔ เวลากลางวัน) วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยกับพวกได้บังอาจรับของโจรซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับวันเวลาที่เกิดการกระทำผิดฐานรับของโจรพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม จำเลยฎีกาอ้างว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง โดยโจทก์บรรยายฟ้องว่า เหตุรับของโจรเกิดที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร และตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกี่ยวพันกันแต่ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาได้ความจากพยานโจทก์ว่า ผู้เสียหายกับพวกพบรถยนต์ของกลางติดสัญญาณไฟแดงที่สี่แยกเจริญผลเขต ปทุมวัน และโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันรับของโจรทรัพย์ทั้งหมดที่ถูกลักไปแต่ในทางพิจารณาโจกท์นำสืบได้ความเพียงว่าพบรถยนต์ของกลางอันเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งที่ถูกลักไปเท่านั้น เห็นว่าข้อแตกต่างดังกล่าวเป็นเพียงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่กระทำความผิดและทรัพย์ที่จำเลยรับไว้ ทั้งมิได้เป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้ จึงถือได้ว่ามิใช่ข้อแตกต่างกันในสาระสำคัญอันจะเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้องโจทก์ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2528 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสอาด เฟื่องฟู จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายสอาด เฟื่องฟู
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุทิศ บุญชู · ศักดิ์ สนองชาติ · โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายอุระ หวังอ้อมกลาง · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 824/2535ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 6863/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา