คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1593/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานใช้หรืออ้างเอกสารปลอม จะต้องเป็นการกระทำต่อผู้ที่ต้องเชื่อหรือหลงเชื่อเอกสารนั้น หากผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าได้รับความเสียหายจากการใช้เอกสารปลอม ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือถูกหลอกลวงโดยเอกสารนั้น ผู้กล่าวหาก็ไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยในฐานะครูใหญ่ยื่นเอกสารใบรับรองแพทย์ประกอบใบลาป่วยต่อผู้จัดการโรงเรียนคือจำเลยเอง โจทก์ซึ่งเป็นเพียงเจ้าของโรงเรียนมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารกิจการของโรงเรียนในขณะนั้นแต่ประการใด แม้ใบรับรองแพทย์จะเป็นเอกสารปลอมแต่จำเลยมิได้ใช้เอกสารดังกล่าวแสดงต่อโจทก์ โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายในข้อหาใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ และ ๒๖๘
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ ให้จำคุก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มิใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องเกี่ยวกับเอกสารดังกล่าวพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นเจ้าของโรงเรียนอุทัยวิทยาจำเลยเป็นผู้เช่าโรงเรียนดังกล่าวจากโจทก์มาดำเนินการ จำเลยเป็นครูใหญ่และผู้จัดการจำเลยไม่ได้เป็นลูกจ้างโจทก์ แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า คดีมีปัญหาว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า ตามเอกสารหมาย จ.๕ กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนจำเลยออกจากหน้าที่ผู้จัดการตั้งแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๒๓ โจทก์เป็นผู้จัดการโรงเรียนต่อมา เมื่อจำเลยนำใบรับรองแพทย์เอกสารหมาย จ.๑ อันเป็นเอกสารปลอมมายื่นต่อโจทก์ผู้จัดการโรงเรียน โจทก์จึงเป็นผู้เสียหาย เห็นว่าเอกสารหมาย จ.๕ เป็นใบอนุญาตของกระทรวงศึกษาธิการ ออกโดยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ลงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๒๓ มีข้อความอนุญาตให้ถอนจำเลยออก หน้าที่ผู้จัดการตั้งแต่วันที่๑๔ กรกฎาคม ๒๕๒๓ เอกสารนี้ มีข้อความชัดแจ้งว่าโจทก์ขอให้ถอนจำเลยออกจากหน้าที่ผู้จัดการ เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๒๓ แต่กระทรวงศึกษาธิการเพิ่งพิจารณาและมีคำสั่งอนุญาตเมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๒๓ ดังนั้น ตราบใดที่กระทรวงศึกษาธิการยังมิได้มีคำสั่งอนุญาตตามขอ ก็ต้องถือว่าจำเลยยังคงทำหน้าที่ผู้จัดการโรงเรียนโดยชอบอยู่ โจทก์เองเบิกความรับว่าโจทก์เพิ่งเข้าทำหน้าที่ผู้จัดการเมื่อประมาณเดือนตุลาคม ๒๕๒๓ จำเลยยังคงทำหน้าที่ผู้จัดการโรงเรียนอุทัยวิทยา และมีตำแหน่งเป็นครูใหญ่ โดยจำเลยในฐานะครูใหญ่ซึ่งยื่นเอกสารใบรับรองแพทย์เอกสารหมาย จ.๑ ประกอบใบลาป่วยต่อผู้จัดการโรงเรียนคือจำเลยเอง โจทก์ซึ่งเป็นเพียงเจ้าของโรงเรียนมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารกิจการของโรงเรียนในขณะนั้นแต่ประการใด แม้ใบรับรองแพทย์เอกสารหมายจ.๑ จะเป็นเอกสารปลอมแต่จำเลยมิได้ใช้เอกสารดังกล่าวแสดงต่อโจทก์ โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายในข้อหาใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1593/2528
นายสำอางค์ โพธิ์รอด โจทก์
นางสาวสารัตน์ ชมสุรินทร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสำอางค์ โพธิ์รอด · จำเลย - นางสาวสารัตน์ ชมสุรินทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายศิริชัย สวัสดิ์มงคล · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ จูสวัสดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา