⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 169/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 169/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ทรงเช็คมีสิทธิไล่เบี้ยผู้สั่งจ่ายได้ทันทีเมื่อเช็คถึงกำหนดและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวผู้สั่งจ่ายก่อน

ย่อคำพิพากษา

หนี้พิพาทเป็นหนี้เงินตามเช็คพิพาทซึ่งมีกำหนดเวลาชำระหนี้แน่นอนและเช็คเป็นตั๋วเงินชนิดหนึ่งซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 959ประกอบกับมาตรา 989 บัญญัติให้ผู้ทรงตั๋วเงินมีสิทธิไล่เบี้ยได้เมื่อตั๋วเงินถึงกำหนด กฎหมายมิได้กำหนดให้ผู้ทรงตั๋วเงินบอกกล่าวแก่ผู้สั่งจ่ายเสียก่อนจึงจะไล่เบี้ยได้ โจทก์จึงฟ้องจำเลยได้โดยมิพักต้องบอกกล่าวก่อน การที่โจทก์ผู้ทรงมิได้นำเช็คพิพาทไปยื่นเพื่อให้ใช้เงินภายในเวลา6 เดือน นับแต่วันออกเช็คหรือวันสั่งจ่ายและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คด้วยเหตุดังกล่าว โจทก์หาเสียสิทธิที่จะเรียกเงินตามเช็คพิพาทจากจำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.991

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ 35,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า คดีนี้จำเลยฎีกาได้แต่เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย การวินิจฉัยปัญหาเช่นว่านี้ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนว่าโจทก์นำเช็คพิพาทซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายไปเบิกเงินจากธนาคารเมื่อเช็คเกินกำหนด 6 เดือนนับแต่วันที่ลงในเช็ค ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะเช็คนั้นพ้นกำหนดการจ่ายเงินแล้ว โจทก์จึงฟ้องจำเลยให้จ่ายเงินตามเช็ค มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า โจทก์มิได้นำสืบว่าได้บอกกล่าวก่อนฟ้องจะถือได้หรือไม่ว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์และจำเลยเกี่ยวกับเช็คพิพาทอันจะทำให้โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลย พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าหนี้พิพาทเป็นหนี้เงินตามเช็คพิพาทซึ่งมีกำหนดเวลาชำระหนี้แน่นอน และเช็คเป็นตั๋วเงินชนิดหนึ่งซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 959 ประกอบกับมาตรา 989 บัญญัติให้ผู้ทรงตั๋วเงินมีสิทธิไล่เบี้ยได้เมื่อตั๋วเงินถึงกำหนด กฎหมายมิได้กำหนดให้ผู้ทรงตั๋วเงินบอกกล่าวแก่ผู้สั่งจ่ายเสียก่อนจึงจะไล่เบี้ยได้ โจทก์จึงฟ้องจำเลยได้โดยมิพักต้องบอกกล่าวก่อนจำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า จำเลยจะต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 900 นั้น ธนาคารจะต้องปฏิเสธการจ่ายเงินว่าเงินในบัญชีของจำเลยไม่พอจ่ายตามเช็คพิพาทเท่านั้น เห็นว่าการที่โจทก์ผู้ทรงมิได้นำเช็คพิพาทไปยื่นเพื่อให้ใช้เงินภายในเวลา 6 เดือน นับแต่วันออกเช็ค หรือวันสั่งจ่ายและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาทด้วยเหตุดังกล่าว โจทก์หาเสียสิทธิที่จะเรียกเงินตามเช็คพิพาทจากจำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายไม่ โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกเงินตามเช็คพิพาทจากจำเลยผู้สั่งจ่ายได้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้ฎีกา จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 169/2528 นางอุษา คุ้มไทย โจทก์ นายการุณย์ หนูช่วย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอุษา คุ้มไทย · จำเลย - นายการุณย์ หนูช่วย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2074/2545ฎีกา 1609-1610/2519ฎีกา 10166/2539ฎีกา 394/2550ฎีกา 4513/2533ฎีกา 106/2536ฎีกา 3496/2526ฎีกา 10588/2551ฎีกา 6239/2551ฎีกา 613/2529ฎีกา 806/2518ฎีกา 7635/2543ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 6052/2537ฎีกา 2013/2531ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 1909/2538ฎีกา 3145/2545ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1776/2541ฎีกา 1816/2511ฎีกา 3005/2541ฎีกา 2372/2524ฎีกา 390/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา