⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 86/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 86/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการโอนสิทธิเรียกร้องและลูกหนี้ได้รับทราบการโอนโดยชัดแจ้งแล้ว ลูกหนี้มีหน้าที่ชำระหนี้ให้แก่ผู้รับโอนโดยตรง และไม่สามารถอ้างเหตุตามมาตรา 331 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพื่อวางทรัพย์ต่อสำนักงานวางทรัพย์กลางได้ หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้แก่ผู้รับโอน ถือว่าลูกหนี้ผิดนัดและต้องเสียดอกเบี้ยตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่ ต. โอนสิทธิเรียกร้องให้โจทก์รับเงินงวดค่าก่อสร้างโจทก์และ ต. แจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องไปยังจำเลย จำเลยได้มีหนังสือตอบรับการโอนสิทธิเรียกร้องนั้นแล้ว ต. หมดสิทธิที่จะรับเงินตามสัญญาจ้างทันที จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้โดยตรง ต. ไม่มีสิทธิจะมาระงับไม่ให้จำเลยจ่ายเงินให้โจทก์ กรณีเป็นเรื่องจำเลยรู้ตัวเจ้าหนี้ได้แน่นอนแล้ว ไม่ต้องด้วยมาตรา 331 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์โจทก์ชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากจำเลยโดยตรง จำเลยไม่อาจบอกปัดความรับผิดโดยให้โจทก์ไปรับจากสำนักงานวางทรัพย์กลางซึ่งโจทก์ไม่อาจรับได้ ถือว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ตามหนังสือแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องและหนังสือตอบรับทราบการโอนสิทธิเรียกร้อง ระบุว่า ต. ขอโอนสิทธิเรียกร้องการรับเงินจากจำเลยให้โจทก์แต่ผู้เดียว รวมทั้งเงินเพิ่มอื่น ๆอีกด้วย แสดงเจตนาว่าจะโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินงวดดังกล่าวทั้งหมดซึ่งรวมถึงค่าเดินท่อประปาและค่าติดตั้งเครื่องสูบน้ำด้วย การวางเงินของจำเลย ณ สำนักงานวางทรัพย์กลาง มิใช่วางให้โจทก์รับไป หากแต่วางโดยมีเงื่อนไขให้สำนักงานวางทรัพย์กลางจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ที่แท้จริง ไม่ใช่วางเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 331 จำเลยจึงเป็นผู้ผิดนัดต้องเสียดอกเบี้ยตามมาตรา 224

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.306 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.331

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยชำระเงิน 406,930 บาทให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 393,805บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัดต.ชินรัตน์ก่อสร้างทำการก่อสร้างอาคาร ต่อมาห้างหุ้นส่วนดังกล่าวมีหนังสือแจ้งจำเลยว่าโจทก์มิได้ปฏิบัติตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้จึงขอยกเลิกการโอนสิทธิเรียกร้องโดยจะรับเงินค่าจ้างเอง ส่วนโจทก์มีหนังสือแจ้งไปยังจำเลยว่าขอให้จำเลยจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่โจทก์ แต่โจทก์มิได้นำใบเสร็จรับเงินของห้างหุ้นส่วนจำกัดต.ชินรัตน์ก่อสร้างไปยื่นต่อจำเลยตามเงื่อนไขซึ่งจำเลยกำหนดไว้ในการแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้อง จึงเกิดปัญหาแก่จำเลยว่าระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัดต.ชินรัตน์ก่อสร้างผู้รับจ้างกับโจทก์ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องผู้ใดจะเป็นเจ้าหนี้ที่แท้จริง และมีสิทธิตามกฎหมายที่จะได้รับเงินค่าจ้างจากจำเลย เป็นกรณีที่จำเลยไม่สามารถหยั่งรู้ถึงสิทธิและตัวเจ้าหนี้ที่แท้จริงได้โดยมิใช่ความผิดของจำเลยจำเลยจึงวางเงินค่าจ้างดังกล่าวไว้ต่อสำนักงานวางทรัพย์กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม แล้วจำนวน 365,315.61 บาทจึงหลุดพ้นจากหนี้ดังกล่าวรวมทั้งดอกเบี้ยที่โจทก์เรียกร้องด้วยจำเลยได้แจ้งการวางทรัพย์ให้โจทก์ทราบแล้ว โจทก์สามารถใช้สิทธิไปขอรับเงินค่าจ้างที่จำเลยวางไว้ ณ สำนักงานวางทรัพย์ได้อยู่แล้วจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน365,315.61 บาทให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2528 จนกว่าชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดต.ชินรัตน์ก่อสร้างกู้เงินจากโจทก์ไปจำนวน 420,000 บาท และห้างหุ้นส่วนจำกัด ต.ชินรัตน์ก่อสร้างตกลงโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินค่าจ้างงวดที่ 3 หรืองวดสุดท้ายที่จะได้รับจากจำเลยตามสัญญาจ้างให้โจทก์ และโจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัดต.ชินรัตนก่อสร้างได้บอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องไปยังจำเลย ซึ่งจำเลยก็ตอบรับทราบการโอนแล้ว ต่อมาเมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด ต.ชินรัตน์ก่อสร้างทำการก่อสร้างตามสัญญางวดที่ 3 แล้วเสร็จ และคณะกรรมการตรวจรับมอบงานของจำเลยได้ตรวจรับมอบงานเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2528โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยชำระเงินค่าจ้างงวดที่ 3 ให้โจทก์แต่ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดต.ชินรัตน์ก่อสร้างมีหนังสือแจ้งจำเลยขอยกเลิกการโอนสิทธิการรับเงินที่โอนแก่โจทก์และขอรับเงินเอง จำเลยเห็นว่าเป็นกรณีที่จำเลยไม่สามารถหยั่งรู้ถึงสิทธิและตัวเจ้าหนี้ที่แท้จริงโดยมิใช่ความผิดของจำเลย สิทธิของโจทก์ที่จะรับเงินได้เพียง 365,315.61 บาทจึงนำเงินจำนวนดังกล่าวไปวางณ สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ตามคำแนะนำของกรมอัยการ และวินิจฉัยว่า การที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดต.ชินรัตน์ก่อสร้าง โอนสิทธิเรียกร้องไปให้โจทก์รับเงินค่าก่อสร้างงวดที่ 3 โจทก์และห้างหุ้นส่วนจำกัด ต.ชินรัตน์ก่อสร้างแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องไปยังจำเลย จำเลยได้มีหนังสือตอบรับยินยอมการโอนสิทธิเรียกร้องนั้นแล้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัดต.ชินรัตน์ก่อสร้างหมดสิทธิที่จะได้รับเงินตามสัญญาจ้างทันทีจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้โดยตรง ห้างหุ้นส่วนจำกัดต.ชินรัตน์ก่อสร้างไม่มีสิทธิจะมาระงับไม่ให้จำเลยจ่ายเงินให้โจทก์ กรณีเป็นเรื่องจำเลยรู้ตัวเจ้าหนี้ได้แน่นอนแล้ว ไม่ต้องด้วยมาตรา 331 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์โจทก์ชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากจำเลยโดยตรง จำเลยจะบอกปัดความรับผิดให้โจทก์ไปรับจากสำนักงานวางทรัพย์กลาง ซึ่งโจทก์ไม่อาจรับได้เช่นนี้ ถือว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิได้รับเงินค่าจ้างเดินท่อประปาและค่าติดตั้งเครื่องสูบน้ำด้วยหรือไม่ เห็นว่าตามหนังสือแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องของห้างหุ้นส่วนจำกัดต.ชินรัตน์ก่อสร้างที่มีถึงจำเลย กับหนังสือตอบรับทราบการโอนสิทธิเรียกร้องของจำเลยระบุว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต.ชินรัตน์ก่อสร้างขอโอนสิทธิเรียกร้องการรับเงินจากจำเลยให้โจทก์แต่ผู้เดียว รวมทั้งเงินเพิ่มอื่น ๆ อีกด้วย อันแสดงเจตนาจะโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินงวดที่ 3ทั้งหมดซึ่งรวมถึงค่าเดินท่อประปาและค่าติดตั้งเครื่องสูบน้ำด้วยโจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว และปัญหาว่า จำเลยจะต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่โจทก์มีสิทธิได้รับหรือไม่ เห็นว่า การวางเงินของจำเลย ณ สำนักงานวางทรัพย์กลางนั้น มิใช่วางให้โจทก์รับไปหากแต่วางโดยมีเงื่อนไขให้สำนักงานวางทรัพย์กลางจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ที่แท้จริง โดยให้โจทก์และห้างหุ้นส่วนจำกัดต.ชินรัตน์ก่อสร้าง ไปหาข้อยุติกันก่อน จึงไม่ใช่วางเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 331 จำเลยจึงเป็นผู้ผิดนัดต้องเสียดอกเบี้ยตามมาตรา 224 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 86/2534 นางสาว เข็ม ทอง แสน ยะ โจทก์ การสื่อสารแห่งประเทศไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว เข็ม ทอง แสน ยะ · จำเลย - การสื่อสารแห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 4873/2528ฎีกา 861/2540ฎีกา 1084/2539ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา