คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2720/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อที่ดินที่ขายมีเนื้อที่เกินกว่าที่ระบุในสัญญาไม่เกินร้อยละห้า ผู้ซื้อจำต้องรับเอาไว้และใช้ราคาตามส่วน
เมื่อผู้ซื้อเป็นฝ่ายผิดสัญญา ผู้ขายมีสิทธิริบเงินมัดจำได้ แต่หากผู้ขายผิดนัดไม่คืนเงินส่วนที่ผู้ซื้อได้ชำระไว้เกินกว่ามัดจำ ผู้ขายต้องคืนเงินส่วนนั้นพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ตามสัญญาจะซื้อขายที่ดิน 2 แปลงมีเนื้อที่รวมกัน 106 ไร่ 2 งาน 48 ตารางวา เมื่อจำเลยจัดการออกโฉนดที่ดินทั้งสองแปลงแล้วได้เนื้อที่ดิน 111 ไร่ 82 ตารางวา เนื้อที่ดินล้ำจำนวนตามที่ระบุไว้ในสัญญา 4 ไร่ 2 งาน 34 ตารางวา ไม่เกินร้อยละ 5 แห่งเนื้อที่ทั้งหมดที่ระบุไว้ในสัญญา โจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อจำต้องรับเอาไว้และใช้ราคาตามส่วน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 466 วรรคสอง
ในวันทำสัญญาโจทก์วางมัดจำไว้ 100,000 บาท เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจำเลยมีสิทธิริบเงินมัดจำนั้นส่วนจำนวนเงิน300,000 บาท เป็นเงินที่โจทก์แบ่งชำระราคาที่ดินให้จำเลยเมื่อไม่มีการซื้อขายกัน จำเลยต้องคืนให้โจทก์ เมื่อจำเลยผิดนัดไม่คืนให้แก่โจทก์จำเลยจึงต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตกลงทำสัญญาจะขายที่ดินตราจอง เนื้อที่ประมาณ ๙๘ ไร่ ๒ งาน ๔ ตารางวา และที่ดินที่มีการครอบครอง เนื้อที่ประมาณ ๘ ไร่ โจทก์ได้วางเงินมัดจำในวันทำสัญญา ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อมาโจทก์ได้ชำระเงินค่าที่ดินงวดที่สอง ๓๐๐,๐๐๐ บาท แก่จำเลย ต่อมาจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาต้องคืนเงินค่าที่ดิน ๔๐๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินจำนวนดังกล่าวและค่าเสียหายเท่าดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยจึงได้ริบเงินมัดจำขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงินและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า การที่จำเลยนำที่ดินมาเพิ่มเพื่อให้ที่ดินด้านที่ติดถนนมีความยาว ๘ เส้น เป็นการปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาที่ทำไว้แก่โจทก์ ที่ดินที่นำมาเพิ่มจึงเป็นที่ดินตามสัญญา จำเลยมิใช่เป็นฝ่ายผิดสัญญาแล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ตามสัญญาจะซื้อขายเนื้อที่ดิน ๒ แปลงรวมกันได้ ๑๐๖ ไร่ ๒ งาน ๔๘ ตารางวา เมื่อจำเลยจัดการออกโฉนดทั้งสองฉบับแล้วได้เนื้อที่ดิน ๑๑๑ ไร่ ๘๒ ตารางวา เนื้อที่ดินล้ำจำนวนตามที่ประมาณไว้ในสัญญา ๔ ไร่ ๒ งาน ๓๔ ตารางวา ไม่เกินร้อยละ ๕ แห่งเนื้อที่ทั้งหมดอันได้ระบุไว้ในสัญญาโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นผู้ซื้อจำต้องรับเอาและใช้ราคาตามส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๖๖ วรรคสอง การที่โจทก์ทั้งสองไม่ยอมซื้อที่ดินตามสัญญาที่ทำไว้แก่จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา
สัญญามีข้อความว่า ผู้จะซื้อได้วางเงินมัดจำให้ไว้แก่ผู้จะขายเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือจะแบ่งชำระให้แก่ผู้จะขายอีก ๓๐๐,๐๐๐ บาทภายใน ๓ เดือนนับแต่วันทำสัญญา ส่วนที่เหลือทั้งหมดจะชำระให้ในวันจดทะเบียนขายกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่ผู้จะซื้อ ศาลฎีกาเห็นว่า เงินมัดจำตามสัญญามีเพียง ๑๐๐,๐๐๐ บาท ที่โจทก์ทั้งสองชำระให้แก่จำเลยในวันทำสัญญาเท่านั้น จำนวนเงินอีก ๓๐๐,๐๐๐ บาท ที่โจทก์ทั้งสองชำระให้แก่จำเลยในระยะต่อมาอีก ๓ เดือนนับแต่วันทำสัญญานั้น เป็นเงินที่แบ่งชำระราคาค่าที่ดิน ดังนี้เมื่อโจทก์ทั้งสองเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยจึงมีสิทธิริบเงินมัดจำ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนเงินอีก ๓๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อไม่มีการซื้อขายกันแล้ว จำเลยต้องคืนให้แก่โจทก์ จำเลยไม่ยอมคืนให้แก่โจทก์ ถือได้ว่าจำเลยผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๒๐๔ ซึ่งจำเลยจะต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามมาตรา ๒๒๔ นับแต่วันผิดนัด
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนเงินจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ทั้งสองพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2720/2526
นางไซ้เฮี้ยง แซ่เอี้ย กับพวก โจทก์
นายลี่เส่ง แซ่ตั๊ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางไซ้เฮี้ยง แซ่เอี้ย กับพวก · จำเลย - นายลี่เส่ง แซ่ตั๊ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิยม ติวุตานนท์ · ศักดิ์ สนองชาติ · ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายสมคิด ไตรโสรัส · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา