⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2018/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำขอให้พิจารณาใหม่ต้องกล่าวถึงข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลด้วย จึงจะชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่1 กล่าวแต่เพียงว่าจำเลยทั้งสองไปประกอบอาชีพอยู่ที่อื่น จึงไม่ทราบฟ้องของโจทก์ซึ่งเป็นเพียงเหตุที่ทำให้จำเลยที่ 1 ขาดนัดเท่านั้นส่วนที่กล่าวว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของศาลเป็นการกระทำไปแต่เฉพาะโจทก์เพียงฝ่ายเดียวเป็นการกระทำลับหลังจำเลยจำเลยไม่มีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ คำพิพากษาจึงไม่ผูกพันจำเลยและบริวารนั้น ไม่ใช่ข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล เมื่อคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 1 ไม่ได้กล่าวถึงข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคสองที่ศาลจะสั่งให้มีการพิจารณาใหม่ได้ เมื่อคำขอให้พิจารณาใหม่ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายศาลอุทธรณ์ก็ชอบที่จะพิพากษาให้ยกคำขอนั้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองบุกรุกเข้าไปอยู่อาศัยในบ้านซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านของโจทก์ห้ามจำเลยทั้งสองเข้าไปเกี่ยวข้องอีกต่อไป จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านของโจทก์ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องว่า ไม่ทราบฟ้องของโจทก์ เพราะไปประกอบอาชีพอยู่ที่อื่นการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของศาลเป็นการกระทำไปแต่เฉพาะโจทก์ฝ่ายเดียวและทำลับหลังจำเลย จำเลยไม่มีโอกาสต่อสู้คดี คำพิพากษาของศาลจึงไม่ผูกพันจำเลยและบริวาร ขอให้ยกคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นคำขอเกินกว่า ๑๕ วัน นับจากวันที่ได้ส่งได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาให้แก่จำเลยแล้ว จึงให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำร้องของจำเลยที่ ๑ มิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำขอให้พิจารณาใหม่นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ วรรคสอง บัญญัติว่า "คำขอเช่นว่านี้ให้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่คู่ความได้ขาดนัดและข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลและในกรณีที่ยื่นคำขอล่าช้าเหตุแห่งการที่ล่าช้านั้นด้วย" แต่คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ ๑ ได้กล่าวแต่เพียงว่าจำเลยทั้งสองไปประกอบอาชีพอยู่ในท้องที่อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ จึงไม่ทราบฟ้องของโจทก์ ซึ่งเป็นเหตุให้จำเลยที่ ๑ ขาดนัดเท่านั้นไม่ได้กล่าวถึงข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลเลย จึงไม่ต้องด้วยบทกฎหมายดังกล่าวที่จะสั่งให้มีการพิจารณาใหม่ได้ ที่กล่าวว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของศาลเป็นการกระทำไปแต่เฉพาะโจทก์เพียงฝ่ายเดียวเป็นการกระทำลับหลังจำเลย จำเลยไม่มีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ คำพิพากษาจึงไม่ผูกพันจำเลยและบริวารนั้น ไม่ใช่ข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลและที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ ๑ อ้างว่าไปประกอบอาชีพอยู่จังหวัดอื่นไม่ทราบฟ้องของโจทก์ ตลอดจนการส่งคำบังคับอันเป็นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ และทำให้จำเลยที่ ๑ ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ได้ก็ตามเมื่อคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ ๑ ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายศาลอุทธรณ์ก็ชอบที่จะพิพากษาให้ยกคำร้องของจำเลยที่ ๑ ได้ กรณีไม่ใช่เป็นประเด็นใหม่ดังที่จำเลยที่ ๑ ฎีกา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2528 นางสมบูรณ์ พันธ์สนิท โจทก์ นายมูล พันธ์สนิท กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมบูรณ์ พันธ์สนิท · จำเลย - นายมูล พันธ์สนิท กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพันธ์ ผลฉาย · กิติ บูรพรรณ์ · ประการ กาญจนศูนย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายเฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสริมพงศ์ วรยิ่งยง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 280/2530ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา