⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2486/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2486/2528

ป.อาญา ม.343

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลอกลวงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและโดยการหลอกลวงได้ไปซึ่งทรัพย์สิน ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ประกาศรับสมัครคนงานไปทำงานในต่างประเทศจนผู้เสียหายกลุ่มหนึ่งรวม 7 คนหลงเชื่อไปสมัครเพื่อทำงาน ตามที่จำเลยประกาศจำเลยกับพวกรับเงินผู้เสียหายไว้เป็นจำนวนมาก แต่ผู้เสียหายไม่ได้ไปทำงานยังต่างประเทศตามที่ จำเลยกับพวกประกาศชักชวน ดังนี้การกระทำของจำเลยที่1 ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 โดยทุจริตหลอกลวงประชาชนรวม ทั้งผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ และโดยการหลอกลวงได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้เสียหายจำเลยที่ 1 จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.343

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.343 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันหลอกลวงประชาชนด้วยการประกาศและโฆษณาทั่วไปแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่า จำเลยเป็นตัวแทนบริษัทพี.เอส.เยเนอเรล บิวลีเนสส์ จำกัด กำลังรับสมัครคนงานจำนวนมากเพื่อไปทำงานในประเทศจอร์แดน โดยทางบริษัทจะมีเงินเดือนให้แก่ผู้ทำงานคนละเดือนละ ๖,๐๐๐ บาท และค่าทำงานล่วงเวลาอีกรวมทั้งหมดจะได้รับคนละเดือนละ๑๐,๐๐๐ บาท ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อมอบเงินให้แก่จำเลยกับพวกรวม ๒๘๘,๒๐๐ บาท ดังมีรายละเอียดตามบัญชีท้ายฟ้อง ทั้งนี้ จำเลยกับพวกไม่พาผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศจอร์แดน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๘๓ ริบของกลาง และให้จำเลยใช้เงินแก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๓, ๘๓ จำคุกคนละ ๑ ปี ริบของกลาง และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินแก่ผู้เสียหายตามบัญชีรายชื่อท้ายฟ้องเป็นเงินทั้งสิ้น ๒๘๘,๒๐๐ บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ ๒ ขอถอนฎีกาศาลฎีกาอนุญาตให้ถอนได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายในฎีกาของจำเลยที่ ๑ ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับมีว่า ศาลล่างทั้งสองนำข้อเท็จจริงมาปรับบทมาตรา ๓๔๓ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ลงโทษจำเลยที่ ๑ ไม่ชอบ เพราะจำเลยที่ ๑ ไม่ได้กระทำการอันครบองค์ประกอบความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยที่ ๑ ประกาศรับสมัครคนงานไปทำงานในต่างประเทศจนผู้เสียหายกลุ่มหนึ่งรวม ๗ คนหลงเชื่อไปสมัครเพื่อทำงานตามที่จำเลยประกาศ มีการแนะนำให้ผู้เสียหายไปซื้อตั๋วแลกเงินพาไปแลกเงินตามตั๋วแลกเงินและรับเงินของผู้เสียหายไว้เป็นจำนวนมากตามที่ปรากฏในบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้อง แต่เมื่อผู้เสียหายไม่ได้ไปทำงานยังต่างประเทศตามที่จำเลยกับพวกร่วมกันประกาศชักชวน เมื่อผู้เสียหายขอเงินคืนจำเลยที่ ๑ กับพวกพูดบ่ายเบี่ยงไม่ยอมคืนให้ ดังนี้ การกระทำของจำเลยที่ ๑ ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ ๑ โดยทุจริตหลอกลวงประชาชนรวมทั้งผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและโดยการหลอกลวงดังกล่าวนั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้เสียหายผู้ถูกหลอกลวง จำเลยที่ ๑ จึงมีความผิดตามมาตรา ๓๔๓ แห่งประมวลกฎหมายอาญา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2486/2528 พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นายสมหมาย เสนาคำ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร · จำเลย - นายสมหมาย เสนาคำ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายพิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา · ศาลอุทธรณ์ - นายสกุล เศรษฐสุข
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4022/2558ฎีกา 2593/2521ฎีกา 725/2567ฎีกา 5702/2533ฎีกา 2264/2532ฎีกา 3775/2527ฎีกา 2027/2536ฎีกา 434-435/2505ฎีกา 1042/2535ฎีกา 3533/2535ฎีกา 239/2538ฎีกา 6009/2533ฎีกา 722/2512ฎีกา 2445/2534ฎีกา 229/2564ฎีกา 920/2563ฎีกา 340/2512ฎีกา 3447/2530ฎีกา 1612-1613/2518ฎีกา 285/2508ฎีกา 6016/2533ฎีกา 3307/2535ฎีกา 6046/2564ฎีกา 199/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา