คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6016/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่อ้างการประกอบธุรกิจจัดหางานมาเป็นข้อหลอกลวงเพื่อให้ได้เงินค่าบริการโดยไม่ได้มีเจตนาจะจัดหางานให้จริง ถือเป็นการฉ้อโกงประชาชน ไม่เป็นความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานโดยเรียกและรับค่าบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำการโดยทุจริตหลอกลวงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและ ปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน โดยจำเลยใช้อุบายหลอกลวงว่าจำเลยสามารถจัดหางานให้ผู้เสียหายและประชาชนไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย อันเป็นความเท็จ ความจริงจำเลยไม่สามารถจัดหางานให้แก่ผู้เสียหายและประชาชนผู้ประสงค์จะไปทำงานในประเทศมาเลเซียได้ แสดงว่าจำเลยไม่ประสงค์ที่จะจัดหางานดังกล่าวอย่างจริงจังถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาจะจัดหางานให้แก่ผู้เสียหาย แต่อย่างใดจำเลยเพียงแต่อ้างการประกอบธุรกิจจัดหางานมาเป็นข้อหลอกลวงเพื่อให้ได้เงินค่าบริการจากผู้เสียหายเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานจัดหางานโดยมิได้รับอนุญาต
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๔, ๗, ๒๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๙๑ กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายทั้งหกคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๗, ๒๗ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑, ๓๔๓, ๙๑ ข้อหาจัดหางานโดยรับค่าบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตลงโทษจำคุก ๑ เดือน ข้อหาฉ้อโกงประชาชนลงโทษจำคุก ๓ ปี รวมเป็นโทษจำคุก ๓ ปี ๑ เดือน ให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหายทั้งหกคนละ๒๐,๐๐๐ บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การหลอกลวงของจำเลยไม่เป็นการหลอกลวงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๓ หากแต่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ หลายกรรมต่างกันตามมาตรา ๙๑ ผู้เสียหายร้องทุกข์เกิน ๓ เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิดคดีโจทก์จึงขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๖ ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ในข้ออื่นของจำเลยต่อไป เพราะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต
ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะข้อหาตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๑๑ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาว่าตามฟ้องจากโจทก์จำเลยได้กระทำความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๑๑ หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ว่าจำเลยประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานโดยเรียกและรับค่าบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำการโดยทุจริตหลอกลวงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน โดยจำเลยใช้อุบายหลอกลวงว่าจำเลยสามารถจัดหางานให้ผู้เสียหายและประชาชนไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย อันเป็นความเท็จความจริงจำเลยไม่สามารถจัดหางานให้แก่ผู้เสียหายและประชาชนผู้ประสงค์จะไปทำงานในประเทศมาเลเซียได้ เช่นนี้แสดงว่าจำเลยไม่ประสงค์ที่จะจัดหางานดังกล่าวอย่างจริงจัง ถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาจะจัดหางานให้แก่พวกผู้เสียหายแต่อย่างใด จำเลยเพียงแต่อ้างการประกอบธุรกิจจัดหางานมาเป็นข้อหลอกลวงเพื่อให้ได้เงินค่าบริการจากผู้เสียหายเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานจัดหางานโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๑๑ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6016/2533
พนักงานอัยการ ประจำศาลจังหวัดนครราชสีมา (อำเภอบัวใหญ่) โจทก์
นายธงชัย ชนไธสง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาลจังหวัดนครราชสีมา (อำเภอบัวใหญ่) · จำเลย - นายธงชัย ชนไธสง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · จรัส อุดมวรชาติ · อุไร คังคะเกตุ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา ( อำเภอบั - นายสนอง เล่าศรีวรกต · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ตรีเพชร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา