⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3539/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3539/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ ถือเป็นการรับสภาพหนี้ตามสิทธิเรียกร้อง เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง และเริ่มนับอายุความใหม่เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ลูกหนี้ให้สัตยาบันว่าจะดำเนินการตามที่รับสภาพไว้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำหนังสือรับว่าในปี พ.ศ.2522 ระหว่างที่จำเลยมีส่วนรับผิดชอบในการรับเงินและการจ่ายเงินของโจทก์ มีเงินขาดบัญชีไปจำนวนหนึ่ง จำเลยจะนำหลักฐานไปตรวจสอบกับบัญชีของโจทก์ภายใน 180 วันนับแต่วันทำบันทึก หากตรวจสอบได้ผลว่าเงินขาดบัญชีไปเท่าใด จำเลยยินยอมชดใช้ให้โจทก์ภายใน 180 วัน ข้อความดังกล่าวมีความหมายว่า หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่าเงินขาดบัญชีไปจริง จำเลยยินยอมจะชดใช้ให้ ถือได้ว่าจำเลยรับสภาพต่อโจทก์ตามสิทธิเรียกร้องด้วยทำหนังสือรับสภาพให้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 อายุความฟ้องคดีของโจทก์จึงสะดุดหยุด ลงจำเลยรับว่าจะนำหลักฐานไปตรวจสอบบัญชีของโจทก์ภายใน 180 วันนับแต่วันทำบันทึก และรับจะชดใช้เงินที่ขาดบัญชีให้โจทก์ภายใน 180 วันเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงจึงเป็นเวลา 360 วันนับแต่วันทำบันทึกแล้วเริ่มนับอายุความขึ้นใหม่ แม้การกระทำของจำเลยจะเป็นการทำละเมิด แต่โจทก์ฟ้องคดีภายในหนึ่งปีนับแต่วันเริ่มนับอายุความขึ้นใหม่ คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โดยมิได้วินิจฉัยในประเด็น ฟ้องเคลือบคลุม โจทก์อุทธรณ์ว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ จำเลยมิได้อ้างในคำแก้อุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ประเด็นเรื่องฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลอุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้ ก็เป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบ ฎีกาจำเลยข้อนี้จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.181 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๒๒ - พ.ศ. ๒๕๒๓ จำเลยเป็นกรรมการในคณะกรรมการดำเนินการของโจทก์ โดยจำเลยที่ ๑ เป็นประธานจากการตรวจสอบบัญชีงบดุลของโจทก์พบว่า ในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ขณะที่จำเลยปฏิบัติงานอยู่ เงินสดขาดจำนวนจากในบัญชี ๑๑๗,๗๒๙.๖๘ บาท จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๒๔ มีความสำคัญว่า จำเลยมีส่วนรับผิดชอบในการรับ การจ่ายสำหรับยอดเงินขาดบัญชี จำเลยจะนำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบกับหลักฐานการรับ การจ่ายเงิน และบัญชีของสหกรณ์ให้ถูกต้องภายใน ๑๘๐ วันนับแต่วันทำหนังสือรับสภาพหนี้ หากปรากฏในที่สุดว่าเงินขาดบัญชีไปเท่าใด จำเลยยินยอมชดใช้ให้แก่โจทก์ภายใน ๑๘๐ วัน จำเลยไม่มีหลักฐานใด ๆ มาตรวจสอบ ถือได้ว่าเงินโจทก์ขาดบัญชีทั้งหมด ซึ่งจำเลยต้องชดใช้ให้โจทก์ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้โจทก์แล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยร่วมกันชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามให้การว่าบันทึกฉบับลงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๒๔มิใช่หนังสือรับสภาพหนี้ จำเลยมิได้รับรองว่าจะชำระหนี้ให้โจทก์ จำเลยทำขึ้นเพียงขอเวลาเพื่อตรวจสอบรายละเอียดในเรื่องยอดเงินขาดบัญชี ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายให้ชัดแจ้งว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ทำตามหน้าที่หรือตามที่ได้รับมอบหมายอย่างใดอันเป็นการบกพร่องต่อหน้าที่ ทำให้จำเลยไม่อาจต่อสู้คดีได้ ฟ้องโจทก์จึงเคลือบคลุมจำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินให้โจทก์ คดีของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า บันทึกตามเอกสารหมาย จ.๔ ไม่เป็นการรับสภาพหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒ แม้จะฟังว่าจำเลยกระทำละเมิด คดีของโจทก์ก็ขาดอายุความตาม มาตรา ๔๔๘ ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยร่วมกันชดใช้เงินจำนวน ๑๑๗,๗๒๙.๖๘ บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ปัญหาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่นั้น ตามบันทึกเอกสารหมาย จ.๔ จำเลยรับว่าในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ระหว่างที่จำเลยมีส่วนรับผิดชอบในการรับเงินและการจ่ายเงินของโจทก์ มีเงินขาดบัญชีไป ๑๑๗,๗๒๙.๖๘ บาท จำเลยจะนำหลักฐานไปตรวจสอบบัญชีของโจทก์ภายใน ๑๘๐ วัน นับแต่วันทำบันทึก หากการตรวจสอบได้ผลว่าเงินขาดบัญชีไปเท่าใด จำเลยยินยอมชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวให้โจทก์ภายใน ๑๘๐ วัน ข้อความดังกล่าวมีความหมายว่า หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่าเงินขาดบัญชีไปจริง จำเลยยินยอมจะชดใช้ให้ ถือได้ว่า จำเลยรับสภาพต่อโจทก์ตามสิทธิเรียกร้องด้วยทำหนังสือรับสภาพให้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๗๒ อายุความฟ้องคดีของโจทก์จึงสะดุดหยุดลง จำเลยรับว่าจะนำหลักฐานไปตรวจสอบกับบัญชีของโจทก์ภายใน ๑๘๐ วัน นับแต่วันทำบันทึก และรับจะชดใช้เงินที่ขาดบัญชีให้โจทก์ภายใน ๑๘๐ วันเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงจึงเป็นเวลา ๓๖๐ วัน นับแต่วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๒๔ ซึ่งเป็นวันทำบันทึก แล้วเริ่มนับอายุความขึ้นใหม่ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๒๕ แม้พฤติการณ์ที่จำเลยปฏิบัติงานบกพร่องเป็นเหตุให้เงินขาดบัญชีจะเป็นการทำละเมิด แต่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๒๕ คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ สำหรับปัญหาที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้น ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโดยไม่วินิจฉัยประเด็นข้ออื่น โจทก์อุทธรณ์ว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ จำเลยมิได้อ้างในคำแก้อุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ประเด็นเรื่องฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่จึงเป็นข้อที่คู่ความมิได้ยกขึ้นว่ากันในศาลอุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้ ก็เป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบ ฎีกาจำเลยข้อนี้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3539/2528 สหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรอุบลราชธานี จำกัด โจทก์ จ่าสิบเอกสงวน สุพรรณ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรอุบลราชธานี จำกัด · จำเลย - จ่าสิบเอกสงวน สุพรรณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · มาโนช เพียรสนอง · ดำรง สายเชื้อ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายโชค จงสงวน · ศาลอุทธรณ์ - นายชยากร ถายะพิงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 5095/2556ฎีกา 3345/2535ฎีกา 6560/2555ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 3136/2524ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2460/2517ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 9571/2544ฎีกา 5494/2541ฎีกา 4085/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา