⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3556-3557/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3556-3557/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งลงโทษของเจ้าหน้าที่ชั้นต้นและสั่งลงโทษใหม่ คำสั่งเดิมย่อมถูกเพิกถอนไปในตัว และถือเสมือนว่ายังมิได้มีการลงโทษเดิมเกิดขึ้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสองเล่นการพนันนอกเวลาปฏิบัติงาน ผู้จัดการเขต 11 ของจำเลยซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นต้นพิจารณาความผิดทางวินัยแล้วมีคำสั่งไล่โจทก์ทั้งสองออกจากงาน โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลย คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เห็นว่าควรลงโทษเพียงขั้นตัดเงินเดือนแล้วเสนอความเห็นไปยังผู้อำนวยการของจำเลย ผู้อำนวยการซึ่งมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งของผู้จัดการเขต11แล้วสั่งลงโทษโจทก์ทั้งสองใหม่เป็นตัดค่าจ้างเดือนละ 200 บาทมีกำหนด 6 เดือน และให้โจทก์ทั้งสองกลับเข้าทำงานตามเดิม ดังนี้ เป็นผลให้คำสั่งของผู้จัดการเขต11 ถูกเพิกถอนหรือลบล้างไปในตัวต้อง ถือเสมือนหนึ่งว่าจำเลยยังมิได้สั่งลงโทษโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองกับจำเลยจึงมีความสัมพันธ์เป็นนายจ้างลูกจ้างกันเช่นเดิมติดต่อกันตลอดมาโดยไม่ขาดตอน ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ทั้งสองแล้วและรับกลับเข้ามาเป็นลูกจ้างใหม่ โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ม.46 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างประจำรายวันของจำเลย ทำหน้าที่เป็นพนักงานขับรถโดยสารประจำทาง เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๒๖ จำเลยมีคำสั่งของเขตการเดินรถที่ ๑๑ ไล่โจทก์ทั้งสองออกจากงานโดยอ้างว่า การที่โจทก์ทั้งสองกับพวกร่วมกันเล่นการพนันที่บริเวณท่าปากเกร็ดจนถูกเจ้าพนักงานจับกุม และศาลพิพากษาลงโทษนั้นเป็นความผิดอย่างร้ายแรงมีโทษถึงไล่ออกตามข้อบังคับของจำเลย ความจริงบริเวณที่โจทก์ทั้งสองกับพวกเล่นการพนันนั้นไม่ใช่สถานที่ทำการของจำเลย ซึ่งความผิดชนิดนี้ตามหนังสือของจำเลยที่ ขสมก.บ. (ว) ๒๒๗/๒๕๒๔ กำหนดโทษเพียงลดขั้นเงินเดือนไม่ถึงไล่ออกเป็นการลงโทษเกินระดับที่กำหนดไว้ แม้ต่อมาจำเลยจะเปลี่ยนแปลงคำสั่งใหม่ให้ยกเลิกคำสั่งเดิมและลงโทษเพียงตัดค่าจ้างเดือนละ ๒๐๐ บาท มีกำหนด ๖ เดือน และรับโจทก์ทั้งสองกลับเข้าทำงานตามเดิม ก็ถือว่าการเลิกจ้างครั้งแรกเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสอง ขอให้พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย ๔๗,๕๕๒ บาท ค่าเสียหาย ๔๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์สำนวนแรก และจ่ายค่าชดเชย ๔๓,๖๗๑ บาท ค่าเสียหาย ๔๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์สำนวนที่สอง พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันเลิกจ้าง จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า การที่โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งลงโทษให้ไล่ออก และจำเลยพิจารณาแล้วลดโทษให้โดยลงโทษเพียงตัดค่าจ้างกับรับโจทก์ทั้งสองกลับเข้าทำงานตามเดิมนั้น ตามข้อบังคับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ฉบับที่ ๔๖ (พ.ศ. ๒๕๒๔) ข้อ ๕๗ กำหนดยกเว้นตามรับผิดของจำเลยไว้ว่า จำเลยไม่ผูกพันต้องจ่ายเงินใด ๆ หรือไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ในระหว่างที่ถูกไล่ออก จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือค่าเสียหาย อย่างไรก็ตามถ้าจำเลยจะต้องจ่ายเงินให้แก่โจทก์ทั้งสอง กรณีที่โจทก์ทั้งสองถูกไล่ออกจากงานนั้น ถือว่าเป็นการพักงานซึ่งมีสิทธิได้รับค่าจ้างไม่เกินครึ่งหนึ่งของค่าจ้างรายเดือน ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อบังคับของจำเลยกำหนดให้พนักงานหรือลูกจ้างซึ่งถูกลงโทษฐานกระทำผิดวินัยมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ เพราะมีวัตถุประสงค์ที่จะให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้พิจารณากลั่นกรองอีกชั้นหนึ่งว่า ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นได้สั่งลงโทษพนักงานหรือลูกจ้างถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับหรือกฎหมายหรือไม่ หากมีข้อผิดพลาดหรือไม่เหมาะสม ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงก็จะได้สั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ถูกต้องหรือเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่พนักงานหรือลูกจ้างยิ่งขึ้น กรณีที่ผู้จัดการเขต ๑๑ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นต้นมีคำสั่งลงโทษโจทก์ทั้งสองโดยไล่ออกจากงาน ไม่ว่าคำสั่งจะคลาดเคลื่อนหรือไม่ถูกต้องต่อระเบียบข้อบังคับของจำเลยหรือไม่ประการใดก็ตาม เมื่อโจทก์ทั้งสองได้อุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้ว คำสั่งของผู้จัดการเขต ๑๑ ย่อมยังไม่เป็นที่สุด การที่ผู้อำนวยการของจำเลยซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นสูงมีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งของผู้จัดการเขต ๑๑ เป็นผลให้คำสั่งของผู้จัดการเขต ๑๑ ถูกเพิกถอนหรือลบล้างไปในตัว ไม่มีผลใช้บังคับ ต้องถือเสมือนหนึ่งว่าจำเลยยังมิได้สั่งลงโทษโจทก์ทั้งสอง ดังนั้น เมื่อผู้อำนวยการสั่งลงโทษโจทก์ทั้งสองเพียงตัดค่าจ้าง และให้โจทก์ทั้งสองกลับเข้าทำงานตามเดิม โจทก์ทั้งสองกับจำเลยจึงมีความสัมพันธ์เป็นนายจ้างลูกจ้างกันเช่นเดิม โจทก์ทั้งสองมีฐานะเป็นลูกจ้างของจำเลยติดต่อกันตลอดมาโดยไม่ขาดตอน ไม่ใช่เป็นกรณีที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองครั้งหนึ่งแล้ว และรับโจทก์ทั้งสองกลับเข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างใหม่ ฉะนั้น กรณีนี้จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3556 - 3557/2528 นายเมี้ยน งามวงศ์ โจทก์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเมี้ยน งามวงศ์ · จำเลย - องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร สุมิระ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายปรีชา บุญญานันต์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 995/2529ฎีกา 5609/2542ฎีกา 12194-12198/2553ฎีกา 359/2541ฎีกา 2909/2524ฎีกา 2652/2523ฎีกา 3116/2529ฎีกา 4091/2549ฎีกา 2459/2525ฎีกา 4533/2549ฎีกา 3801/2531ฎีกา 6877/2544ฎีกา 7083/2548ฎีกา 2222/2560ฎีกา 2133/2531ฎีกา 5396/2540ฎีกา 4812/2550ฎีกา 3355/2535ฎีกา 1221/2549ฎีกา 897/2547ฎีกา 258/2545ฎีกา 255/2531ฎีกา 7044/2537ฎีกา 8335/2560
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา