⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 871/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 871/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างเป็นธรรมหรือไม่ ศาลต้องฟังข้อเท็จจริงถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างเป็นสำคัญ ส่วนความชอบด้วยระเบียบของกระบวนการสอบสวนไม่เกี่ยวกับการวินิจฉัยของศาล.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม จำเลยให้การว่า โจทก์กระทำการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและผิดวินัยตามระเบียบของจำเลยโดยทุจริตและจงใจทำให้จำเลยเสียหาย การเลิกจ้างโจทก์จึงมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ดังนี้ ศาลจำต้องฟังข้อเท็จจริงถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างว่าเป็นเพราะเหตุใด และเหตุดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ ส่วนการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนจะชอบด้วยระเบียบของจำเลยหรือไม่ไม่เกี่ยวกับการที่ศาลจะวินิจฉัยในกรณีนี้ การที่ศาลแรงงานกลางเพียงแต่ฟังคำแถลงด้วยวาจาของฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นการแถลงของแต่ละฝ่ายโดยอีกฝ่ายมิได้ยอมรับข้อเท็จจริงด้วย แล้วมีคำสั่งงดสืบพยานและวินิจฉัยว่าการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนไม่ชอบด้วยระเบียบของจำเลย การเลิกจ้างจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม นั้น เป็นเรื่องที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความว่าด้วยการพิจารณาพิพากษา ศาลฎีกาให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๓๐ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมและเหตุอื่นๆ อีกหลายประการซึ่งไม่เป็นความจริง จึงเป็นการเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ปรากฏสาเหตุความผิดไม่บอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชย การเลิกจ้างดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม และให้จำเลยจ่ายค่าจ้างในระหว่างที่โจทก์ถูกเลิกจ้างจนถึงวันที่จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน หากจำเลยไม่อาจรับโจทก์เข้าทำงาน ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าชดเชย พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของจำเลย ขาดการเอาใจใส่งานที่ได้รับมอบหมายไม่รักษาวินัยตามระเบียบว่าด้วยการพนักงานที่จำเลยประกาศใช้โดยไม่ปฏิบัติงานและหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เที่ยงธรรมและประพฤติตนอยู่ในความสุจริตจนเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายในด้านชื่อเสียงฯลฯ อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและผิดวินัยตามระเบียบของธนาคารจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ มิใช่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนไม่ชอบด้วยระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการสอบสวนพนักงาน พ.ศ.๒๕๒๑ ข้อ ๑๙ การเลิกจ้างจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าเสียหาย พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยอุทธรณ์ประการแรกว่าคณะกรรมการสอบสวนโจทก์มีการแต่งตั้งตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการสอบสวนพนักงาน พ.ศ. ๒๕๒๑ แล้ว คณะกรรมการดังกล่าวจึงมีอำนาจที่จะทำการสอบสวนโจทก์โดยชอบพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้จำเลยเสียหายฯลฯ ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทข้อที่ ๑ ไว้ว่า โจทก์ทุจริตต่อหน้าที่กระทำผิดอาญา จงใจทำให้จำเลยเสียหาย ปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยหรือไม่ ดังนั้น การวินิจฉัยคดีในประเด็นข้อ ๑ จึงจำเป็นที่ศาลแรงงานกลางต้องฟังข้อเท็จจริงให้ได้เสียก่อนว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่และกระทำการต่างๆ ตามที่ได้กำหนดเป็นประเด็นไว้หรือไม่ ปรากฏว่าศาลแรงงานกลางเพียงแต่ฟังคำแถลงด้วยวาจาต่อหน้าศาลของนายศิรัตน์ ธำรงรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการของจำเลย ๓ นัด ฟังคำแถลงด้วยวาจาของนายสมเกียรติ ศุขเทวา ผู้อำนวยการฝ่ายพนักงานของจำเลย ๑ นัด แล้วฟังคำแถลงด้วยวาจาต่อหน้าศาลของตัวโจทก์ ๘ นัด ซึ่งการแถลงของแต่ละฝ่ายเป็นการแถลงด้วยวาจาฝ่ายเดียว พร้อมทั้งส่งเอกสารต่อศาล ซึ่งอีกฝ่ายหนึ่งหาได้ยอมรับข้อเท็จจริงด้วยไม่ แล้วศาลแรงงานกลางสั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษาคดีไป โดยศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเพียงว่า การสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนไม่ชอบด้วยระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการสอบสวนพนักงาน พ.ศ. ๒๕๒๑ ข้อ ๑๙ ไม่ได้ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาหรือโจทก์ตามระเบียบ คำสั่งที่ ว.๒๙/๒๕๓๐เรื่องให้พนักงานออกจากงาน จึงไม่ชอบและไม่เป็นธรรมด้วย การดำเนินกระบวนพิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาดคดีเช่นว่านี้หาเป็นการถูกต้องไม่ เพราะคดีนี้ ศาลจำเป็นต้องฟังข้อเท็จจริงถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างให้ได้เสียก่อนว่าเป็นเพราะเหตุใด จากนั้นจึงจะวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างด้วยเหตุดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ สำหรับเรื่องการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนจะชอบด้วยระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการสอบสวนพนักงาน พ.ศ. ๒๕๒๑ ของจำเลยหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับการที่ศาลจะวินิจฉัยว่า การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า คดีปรากฏเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความว่าด้วยการพิจารณาพิพากษา มีเหตุสมควรที่จะย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษาใหม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางทำการสืบพยานตามประเด็นที่กำหนดไว้แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีไปตามรูปความ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 871/2531 นายอคิน รุจิขจรเดช โจทก์ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอคิน รุจิขจรเดช · จำเลย - ธนาคารกสิกรไทย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายเฉลิม สุคนธ์ขจร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 280/2530ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5086/2537ฎีกา 5272/2544ฎีกา 2135/2518ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 62/2539ฎีกา 1765/2492ฎีกา 859/2527ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2520/2544ฎีกา 6252/2540ฎีกา 1660/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา