⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3912/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3912/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากที่ดินแปลงหนึ่งถูกปิดล้อม ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ เจ้าของที่ดินแปลงนั้นย่อมมีสิทธิใช้ที่ดินแปลงที่อยู่ติดกันเป็นทางจำเป็นได้ แม้จะมีการตกลงให้ใช้ที่ดินนั้นเป็นทางผ่านเป็นการชั่วคราวก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้แบ่งที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์กับจำเลยร่วมกันซื้อ และเป็นเจ้าของร่วมกัน โดยแต่เดิมโจทก์ยอมให้จำเลยใช้เป็นทางผ่าน ได้ชั่วคราวและบัดนี้จำเลยหมดความจำเป็นแล้วจำเลยให้การและ ฟ้องแย้งว่าได้ร่วมกับโจทก์ซื้อที่ดินตามฟ้อง แต่ตกลงกันไว้ว่า ให้กันที่ดินพิพาทไว้เป็นถนนเพื่อใช้เป็นทางเข้าออกร่วมกันตลอดไป เนื่องจากที่ดินของจำเลยถูกที่ดินแปลงอื่นปิดล้อมไม่มีทางออกสู่ ถนนสาธารณะที่ดินพิพาทด้านทิศใต้ที่อยู่ติดกับทางสาธารณะ มีกำแพงปิดอยู่เมื่อจำเลยแสดงเจตนาจะใช้ที่ดินพิพาททำเป็นถนนโจทก์คัดค้านไม่ให้จำเลยรื้อกำแพงและใช้สิทธิทำถนนเพื่อเป็นทาง เข้าออกอันเป็นการผิดข้อตกลงขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์หรือ บุคคลภายนอกรื้อถอนกำแพงโดยโจทก์เป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายเอง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่าที่ดินของจำเลยมีทางออกสู่ ทางสาธารณะโจทก์ไม่เคยตกลงกับจำเลยดังจำเลยฟ้องแย้ง ดังนี้คดีคงมีประเด็นเพียงว่าโจทก์กับจำเลยได้ตกลงกันให้ใช้ ที่ดินพิพาทเป็นทางเข้าออกร่วมกันเป็นการถาวรตลอดไปหรือ เป็นการชั่วคราวไม่มีประเด็นเรื่องทางจำเป็น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1350 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1363

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยร่วมกันซื้อที่ดิน ๑ แปลง เมื่อแบ่งแยกคนละส่วนแล้วยังเหลือที่ดินพิพาทซึ่งถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน โจทก์ทั้งสองยอมให้จำเลยใช้ที่ดินพิพาทเป็นทางผ่านชั่วคราว บัดนี้จำเลยหมดความจำเป็นแล้วโจทก์ทั้งสองประสงค์จะแบ่งที่ดินพิพาทจึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ก่อนซื้อที่ดินตามฟ้องโจทก์จำเลยตกลงกันว่าตอนสุดแนวเขตที่ดินด้านทิศตะวันตกให้กันไว้เป็นถนนเพื่อใช้เป็นทางเข้าออกร่วมกันตลอดไป เนื่องจากที่ดินส่วนที่ตกเป็นของจำเลยอยู่ด้านในสุด ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะได้เพราะมีที่ดินแปลงอื่นปิดล้อมอยู่ ต้องอาศัยที่ดินพิพาทเป็นทางออกเท่านั้น ที่ดินพิพาทด้านที่อยู่ติดกับทางสาธารณะมีกำแพงปิดอยู่จำเลยแสดงเจตนาจะใช้สิทธิทำถนน โจทก์ทั้งสองคัดค้านและไม่ให้จำเลยรื้อกำแพงขอให้ยกฟ้องและพิพากษาให้โจทก์หรือบุคคลภายนอกรื้อกำแพง โจทก์ให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินจำเลยมีทางออกสู่ถนนหน้าเมืองได้ไม่จำเป็นต้องออกทางที่ดินพิพาท โจทก์ทั้งสองไม่เคยมีข้อตกลงเกี่ยวกับที่ดินพิพาทขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้แบ่งที่ดินพิพาทเป็นสามส่วนเท่ากันให้โจทก์หรือบุคคลภายนอกรื้อถอนกำแพงที่ปิดกั้นที่ดินพิพาทโดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายแต่ไม่ต้องเสียค่าทดแทนในการใช้ที่ดินส่วนของโจทก์ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขอให้แบ่งที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์ทั้งสองกับจำเลยร่วมกันซื้อและเป็นเจ้าของร่วมกัน จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าได้ร่วมกับโจทก์ซื้อที่ดินตามฟ้อง แต่โจทก์และจำเลยได้ตกลงกันไว้ว่าให้กันที่ดินพิพาทไว้เป็นถนนเพื่อใช้เป็นทางเข้าออกร่วมกันตลอดไป เนื่องจากที่ดินของจำเลยอยู่ด้านในสุด ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะเพราะมีที่ดินแปลงอื่นปิดล้อมอยู่ที่ดินพิพาทด้านทิศใต้ที่อยู่ติดกับทางสาธารณะมีกำแพงปิดอยู่ เมื่อจำเลยแสดงเจตนาจะใช้ที่ดินพิพาททำเป็นถนน โจทก์ทั้งสองคัดค้านไม่ให้จำเลยรื้อกำแพงและใช้สิทธิทำถนนเพื่อเป็นทางเข้าออกอันเป็นการผิดข้อตกลงขอให้ยกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์หรือบุคคลภายนอกรื้อถอนกำแพงโดยโจทก์เป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายเอง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ที่ดินของจำเลยมีทางออกสู่ถนนหน้าเมืองได้โดยไม่จำเป็นต้องออกทางที่ดินพิพาท โจทก์ทั้งสองไม่เคยตกลงกับจำเลยดังจำเลยฟ้องแย้ง ที่จำเลยฟ้องแย้งนั้น จำเลยขอให้โจทก์หรือบุคคลภายนอกรื้อถอนกำแพงซึ่งอยู่ในที่ดินพิพาทด้านทิศใต้ที่ติดกับทางสาธารณะเพื่อใช้เป็นทางเข้าออกที่ดินของจำเลยตามข้อตกลงที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยได้ตกลงกันไว้ จำเลยมิได้มีคำขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยได้ใช้ที่ดินพิพาทอย่างเป็นทางจำเป็น ที่จำเลยกล่าวในคำให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินของจำเลยมีที่ดินแปลงอื่นปิดล้อม ไม่มีทางออกสู่ถนนสาธารณะต้องอาศัยที่ดินพิพาทเป็นทางเข้าออกนั้น เห็นว่าเป็นเพียงเหตุผลที่ทำให้ต้องมีข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยให้กันที่ดินพิพาทไว้เป็นทางเข้าออกที่ดินของจำเลยจำเลยมิได้ประสงค์ที่จะให้ศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นทางจำเป็นหรือไม่คดีจึงไม่มีประเด็นเรื่องทางจำเป็น คงมีประเด็นเพียงว่า โจทก์ทั้งสองกับจำเลยได้ตกลงกันให้ใช้ที่ดินพิพาทเป็นทางเข้าออกร่วมกันเป็นการถาวรตลอดไปหรือเป็นการชั่วคราว ซึ่งประเด็นดังกล่าวศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงจึงควรให้ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3912/2528 นายเจริญ ตันติบัณฑิต กับพวก โจทก์ นางสุวลี ศรีโพธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเจริญ ตันติบัณฑิต กับพวก · จำเลย - นางสุวลี ศรีโพธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุทิศ บุญชู · ศักดิ์ สนองชาติ · ยรรยง อิทธิพงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายพีรพล พิชยวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 2898/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 674/2549ฎีกา 759/2519ฎีกา 1250/2517ฎีกา 5285/2537ฎีกา 7012/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา