คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4071/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอายัดเงินที่เก็บรักษาอยู่ที่กรมบังคับคดีในคดีที่จำเลยชนะคดีบุคคลภายนอกนั้น เป็นการบังคับตามคำพิพากษาโดยตรง ไม่ต้องมีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินโดยวิธีอื่น จึงไม่เข้าข่ายที่จะขอให้งดการบังคับคดีได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้วแก่โจทก์ศาลชั้นต้นจึงออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์อายัดเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งเก็บรักษาอยู่ที่กรมบังคับคดีในคดีที่จำเลยชนะคดีบุคคลภายนอก เมื่อทรัพย์สินที่ศาลอายัดไว้ดังกล่าวเป็นตัวเงินมิใช่ทรัพย์สินที่จะต้อง มีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นย่อมไม่มีกรณีที่จะต้องบังคับ ตามคำพิพากษาเพื่อให้มีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สิน ของจำเลยโดยวิธีอื่นจึงมิใช่กรณีที่จำเลยจะขอให้งดการบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 และปัญหานี้ เป็นเรื่องอำนาจยื่นคำร้องซึ่งเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วย ความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นก็ย่อมอ้างอิงปัญหาเช่นว่านี้ในชั้นอุทธรณ์ฎีกา ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามเช็คแก่โจทก์ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ อายัดเงินที่จำเลยที่ ๑ ชนะคดีบริษัทศิวนารถนิเวศม์ ซึ่งเก็บรักษาอยู่กรมบังคับคดี
จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ฟ้องโจทก์เป็นคดีแพ่งต่อศาลชั้นต้นศาลเดียวกันเรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา จำเลยที่ ๑ มีเหตุผลที่จะชนะคดี เมื่อชนะแล้วสามารถนำเงินมาหักกลบลบหนี้กับเงินที่โจทก์ยึดไว้ได้ การงดการบังคับคดีไม่เสียหายแก่โจทก์ ขอให้มีคำสั่งงดการบังคับคดีไว้จนกว่าคดีดังกล่าวจะถึงที่สุด
โจทก์คัดค้านว่า จำเลยที่ ๑ แกล้งฟ้องโจทก์เพื่อมิให้ได้รับเงินจากกรมบังคับคดีกรณีไม่ใช่การของดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๓ เพราะจำเลยที่ ๑ ฟ้องโจทก์เป็นคดีละเมิดเรียกร้องค่าเสียหายน้อยกว่าเงินที่โจทก์อายัดไว้ซึ่งศาลยังมิได้วินิจฉัยว่าโจทก์จะต้องรับผิดหรือไม่ จึงหักกลบลบหนี้กันไม่ได้และคดีของจำเลยที่ ๑ ก็ไม่มีทางชนะ หากไม่ให้โจทก์รับเงิน โจทก์ย่อมเสียหาย ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกคำร้องของจำเลยที่ ๑
จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ ว่ามีจะเหตุที่จะงดการบังคับคดีตามคำร้องของจำเลยที่ ๑ หรือไม่ เห็นว่าคู่ความทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันเฉพาะปัญหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๓ และโจทก์แก้ฎีกาในข้อสำคัญข้อหนึ่งว่า ที่โจทก์ขออายัดเงินจากกรมบังคับคดีมิใช่การบังคับตามคำพิพากษาในอันที่จะต้องมีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินของจำเลยโดยวิธีอื่น จำเลยที่ ๑ จึงไม่มีสิทธิที่จะขอให้งดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๓ ซึ่งข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่าทรัพย์สินที่ศาลชั้นต้นอายัดไว้ตามคำขอของโจทก์เป็นตัวเงิน มิใช่ทรัพย์สินที่จะต้องมีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นย่อมไม่มีกรณีที่จะต้องบังคับตามคำพิพากษาเพื่อให้มีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินของจำเลยโดยวิธีอื่นแต่อย่างใด จึงมิใช่กรณีที่จำเลยที่ ๑ จะขอให้งดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๓ ปัญหานี้เป็นเรื่องอำนาจยื่นคำร้องซึ่งเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ก็ย่อมอ้างอิงปัญหาเช่นว่านี้ในชั้นอุทธรณ์ฎีกาได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4071/2528
นายเอี่ยมฮุย ไพโรจน์กิจถาวร โจทก์
นางกาญจนา นุตจรัส กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเอี่ยมฮุย ไพโรจน์กิจถาวร · จำเลย - นางกาญจนา นุตจรัส กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประการ กาญจนศูนย์ · กิติ บูรพรรณ์ · ประพันธ์ ผลฉาย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายอรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสงี่ยม ทวีชัยการ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา