⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4109/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4109/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีขอแบ่งทรัพย์มรดกที่ทายาทครอบครองปรปักษ์เกินกว่า 1 ปี นับแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย เป็นการฟ้องที่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มิได้เข้ามาเกี่ยวข้องถือสิทธิครอบครองในที่ดินมรดกร่วมกับ ทายาทอื่นเป็นเวลาประมาณ 30 ปี นับแต่เจ้ามรดก ถึงแก่ความตาย การที่โจทก์มาฟ้องขอแบ่งมรดกเกินกว่า1 ปี หลังจากเจ้ามรดก ถึงแก่ความตายคดีโจทก์จึงขาดอายุความตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1748 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1754

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองและนายเสน่ห์ ภู่สวัสดิ์ เป็นทายาทโดยธรรมของนางหนูซึ่งมีชื่อถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินแปลงหนึ่ง เมื่อนางหนูถึงแก่ความตายที่ดินเฉพาะส่วนของนางหนูจึงเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ทั้งสองและนายเสน่ห์โจทก์ทั้งสองตกลงให้นายเสน่ห์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทนในโฉนดร่วมกับผู้อื่นต่อมานายเสน่ห์ได้แบ่งแยกที่ดินจากโฉนดเดิมเป็นโฉนดเลขที่ ๒๘๓๕๗ ตำบลนครปฐม (ปิ่นเกลียว) อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม มาเป็นชื่อของตนเองแล้วนำไปขายฝากผู้อื่นโดยมิได้แบ่งแยกให้โจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองบอกกล่าวให้นายเสน่ห์แบ่งแยกตามส่วน นายเสน่ห์ขอผัดไว้ก่อนจนถึงแก่ความตาย จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นภริยานายเสน่ห์ได้เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล แล้วโอนที่ดินให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ซึ่งเป็นบุตร ขอให้เพิกถอนการโอนดังกล่าว แล้วให้จำเลยที่ ๑ แบ่งแยกที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ทั้งสองตามส่วน หากเพิกถอนไม่ได้ให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้เงิน ๙๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งหกให้การว่า ก่อนออกโฉนดที่ดินรายนี้นายเสน่ห์ ภู่สวัสดิ์มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้อื่นตามโฉนดเดิมมาก่อน แล้วแบ่งแยกมาเป็นกรรมสิทธิ์ของนายเสน่ห์แต่ผู้เดียว ไม่มีส่วนเป็นมรดกของนางหนู โจทก์ทั้งสองไม่เคยเกี่ยวข้องและไม่เคยตกลงให้ใส่ชื่อนายเสน่ห์แทนโจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิในที่พิพาทนี้เมื่อนายเสน่ห์ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ ๑ ได้เป็นผู้จัดการมรดกและโอนที่ดินให้บุตรทั้งห้า เป็นการชอบด้วยกฎหมมายแล้ว โจทก์ไม่ฟ้องทายาทในกองมรดกภายใน ๑ ปี คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพาษาให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนโฉนดที่ดินดังกล่าวแล้วให้จำเลยที่ ๑ แบ่งแยกที่ดินให้โจทก์ทั้งสอง ๒ ใน ๓ ส่วน หากเพิกถอนไม่ได้ให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้เงินจำนวน ๙๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งหกอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า โจทก์ทั้งสองฟ้องเรียกร้องเอาที่พิพาทหลังจากนางหนูเจ้ามรดกถึงแก่ความตายเกิน ๑ ปี คดีขาดอายุความ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หลังจากนางหนูถึงแก่ความตายประมาณ ๓๐ ปี โจทก์ทั้งสองมิได้เข้ามาเกี่ยวข้องถือกรรมสิทธิครอบครองร่วมกับนายเสน่ห์ในที่พิพาทแต่ประการใด ปล่อยให้นายเสน่ห์ครอบครองแต่ฝ่ายเดียวตลอดมาจนไปขอแบ่งแยกออกโฉนดที่ดินใหม่ในนามตนเอง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียวจนนายเสน่ห์ถึงแก่ความตายอันเป็นระยะเวลาเกินกว่า ๑ ปี หลังจากนางหนูถึงแก่ความตาย คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๕๔ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4109/2528 นาย สนั่น พูลสวัสดิ์ กับพวก โจทก์ นาง เฮี้ยงเจ็ง แซ่จิว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สนั่น พูลสวัสดิ์ กับพวก · จำเลย - นาง เฮี้ยงเจ็ง แซ่จิว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ · สมประสงค์ พานิชอัตรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายธานินทร์ อัมพรกลิ่นแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายชวลิต นราลัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1864/2518ฎีกา 1200/2523ฎีกา 964/2512ฎีกา 406/2510ฎีกา 621/2519ฎีกา 943/2513ฎีกา 268-269/2493ฎีกา 16195/2556ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1546/2505ฎีกา 778/2538ฎีกา 922/2498ฎีกา 94/2493ฎีกา 1766-1767/2492ฎีกา 8371/2557ฎีกา 994/2485ฎีกา 6246/2539ฎีกา 8460/2558ฎีกา 58/2531ฎีกา 1665/2498ฎีกา 1330/2518ฎีกา 2526/2531ฎีกา 721/2479ฎีกา 8267/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา