คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4152/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่ออัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดสูงขึ้นกว่าอัตราค่าจ้างที่เคยกำหนดไว้เดิม ค่าจ้างที่กำหนดไว้เดิมก็ต้องปรับเพิ่มขึ้นตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดใหม่ โดยไม่นำเงินส่วนอื่นที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างมาหักลบออก
ย่อคำพิพากษา
คำสั่งของจำเลยที่ 3507/2523 กำหนดอัตราค่าตอบแทนพนักงานขับรถระหว่างลงอู่วันละ 54 บาท ตามอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำขณะออกคำสั่งนี้จำเลยได้จ่ายเงินค่าครองชีพแก่พนักงานและลูกจ้างตามคำสั่งที่ 2121/2523 อยู่อีกส่วนหนึ่งแล้วดังนี้เห็นได้ว่า ค่าจ้างระหว่างลงอู่วันละ 54 บาทนั้น ถือเอาอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็นหลักโดยไม่รวมค่าครองชีพเมื่อมีประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 70 บาท ค่าจ้างระหว่างลงอู่ตามคำสั่งดังกล่าวก็ต้องเปลี่ยนเป็นวันละ 70 บาท ด้วยเพราะเงินจำนวนนี้เป็นคนละส่วนกับค่าครองชีพจะนำเอาค่าครองชีพมาหักออกหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างตำแหน่งพนักงานขับรถของจำเลย เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๒๘ ถึงวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๒๘ เว้นวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๒๘ รวม ๗ วันจำเลยได้สั่งให้โจทก์ปฏิบัติหน้าที่ประจำอู่รถและจ่ายค่าจ้างให้วันละ ๕๔ บาท ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินที่ขาดจำนวน ๒๓๑ บาท พร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์
จำเลยให้การว่า โจทก์ขับรถด้วยความประมาททำให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ จำเลยจึงให้โจทก์ลงอู่เพื่อติดต่ออุบัติเหตุต่าง ๆ ที่จำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์วันละ ๕๔ บาท ต่ำกว่ากฎหมาย เนื่องด้วยระหว่างนั้นโจทก์ถูกสั่งงดการปฏิบัติหน้าที่ ตามระเบียบจำเลยจะไม่จ่ายเงินให้ก็ได้ จำเลยจ่ายค่าครองชีพให้โจทก์เดือนละ ๔๐๐ บาท เท่ากับวันละ ๑๓.๓๐ บาท ซึ่งถือเป็นค่าจ้างตามกฎหมาย เมื่อรวมกับค่าจ้างวันละ ๕๔ บาทแล้ว หากยังขาดอยู่ก็เพียงวันละ ๒.๗๐ บาท รวม ๗ วัน เท่ากับ ๑๘.๗๐ บาท มิใช่ ๒๓๑ บาท ขอให้ยกฟ้อง
วันนัดพิจารณา คู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวโดยไม่สืบพยานว่าตามคำสั่งที่จ่ายค่าจ้างให้แก่พนักงานที่ถูกสั่งให้ลงอู่จำเลยจะต้องจ่ายค่าจ้างวันละเท่าใด จะนำเอาค่าครองชีพมาหักออกได้หรือไม่
ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ค่าครองชีพถือเป็นค่าจ้างเมื่อคิดรวมกันแล้ว จำเลยจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอยู่วันละ ๒.๖๗ บาท รวม ๗ วัน เป็นเงิน ๑๘.๖๙ บาท พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินค่าจ้างจำนวน ๑๘.๖๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามคำสั่งของจำเลยที่ ๓๕๐๗/๒๕๒๓ เรื่องการจ่ายเบี้ยเลี้ยง เบี้ยเลี้ยงพิเศษ ค่าอาหาร และหรือค่าจ้างเหมาพิเศษแก่พนักงานกำหนดอัตราค่าตอบแทนพนักงานขับรถประจำระหว่างวันลงอู่ไว้ในบัญชีแนบท้ายคำสั่งข้อ ๒.๑๐ ว่า "รายวันลงอู่วันละ ๕๔ บาท ตามอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ" โดยขณะออกคำสั่งนี้ได้มีคำสั่งของจำเลยที่ ๒๑๒๑/๒๕๒๓ เรื่อง ค่าครองชีพพนักงานองค์การฯ กำหนดให้จำเลยจ่ายค่าครองชีพแก่พนักงานและลูกจ้างอยู่อีกส่วนหนึ่งแล้วดังนี้เห็นว่าค่าจ้างระหว่างลงอู่วันละ ๕๔ บาทนั้น ถือเอาอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็นหลักโดยไม่รวมค่าครองชีพ ฉะนั้น เมื่อมีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ ๗๐ บาท ค่าจ้างระหว่างลงอู่ตามคำสั่งที่ ๓๕๐๗/๒๕๒๓ ก็ต้องเปลี่ยนเป็นวันละ ๗๐ บาท ด้วยเงินจำนวนนี้เป็นคนละส่วนกับค่าครองชีพจะนำเอาค่าครองชีพมาหักออกหาได้ไม่
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายเงินค่าจ้างเป็นเงิน ๑๑๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4152/2528
นายชูศักดิ์ วิไลพรเจริญ โจทก์
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชูศักดิ์ วิไลพรเจริญ · จำเลย - องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุพจน์ นาถะพินธุ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา