⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4419/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4419/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องในความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับทรัพย์สินเกินกว่า 10,000 บาท โจทก์ร่วมจะถือเอาคำขอในส่วนแพ่งของพนักงานอัยการเป็นของตนเองไม่ได้ และไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาในส่วนแพ่งนั้นได้ หากคดีนั้นอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวง

ย่อคำพิพากษา

++ เรื่อง ยักยอก ++ ++ จำเลยฎีกา ++ คำพิพากษาสั่งออก - รอย่อ - แจ้งการอ่านแล้ว ++ ขอสำเนาคำพิพากษาชุดพิเศษโปรดติดต่อห้องบริการสำเนาคำพิพากษา (ห้องสมุดชั้น 4, 5) ++ คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงในความผิดฐานยักยอก และมีคำขอในส่วนแพ่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เกินกว่า 10,000 บาท แก่ผู้เสียหายได้ เมื่อผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมไม่อาจถือเอาคำขอในส่วนแพ่งของพนักงานอัยการเป็นคำขอของตนได้ เพราะหากผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องคดีเองแล้วย่อมไม่มีสิทธิยื่นคำขอในส่วนแพ่งอันมีทุนทรัพย์เกินกว่า 10,000 บาท ต่อศาลแขวงได้เนื่องจากเกินอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษา และเมื่อโจทก์ร่วมอุทธรณ์ฝ่ายเดียวย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาที่จะให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ และศาลอุทธรณ์ก็ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคำขอในส่วนนี้ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.44 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.15 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๓๕๓ กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๓๒๐,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณา นางสงบ อมรศักดิ์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๓ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด๑ ปี โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ขอให้ไม่ลดโทษ ไม่รอการลงโทษและให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๓๒๐,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสี่ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับและไม่รอการลงโทษ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน ๘๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ร่วม จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยกับโจทก์ร่วมและผู้เสียหายเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน การที่ศาลอุทธรณ์มิได้ลงโทษจำเลยให้น้อยลงจึงเป็นการมิชอบ เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๑ วรรคสอง เป็นบทบัญญัติที่ให้อำนาจศาลในการใช้ดุลพินิจลงโทษผู้กระทำผิดให้น้อยกว่าโทษที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ ฎีกาของจำเลยดังกล่าวเท่ากับเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ รับวินิจฉัยให้ไม่ได้ ที่จำเลยฎีกาว่า คดีนี้โจทก์ร่วมอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่ผู้เดียวโดยพนักงานอัยการโจทก์มิได้อุทธรณ์ด้วย การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๘๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ร่วม จึงเป็นการมิชอบ เห็นว่า ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๕ ประกอบมาตรา ๒๒(๔) บัญญัติให้ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาต่อศาลแขวง และมีคำขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๓ ได้บัญญัติให้อำนาจพนักงานอัยการที่จะร้องขอต่อศาลให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แทนผู้เสียหายในความผิดลักษณะต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ และมาตรา ๔๔ บัญญัติให้ยื่นคำขอรวมไปกับคดีอาญาหรือจะยื่นคำร้องในระยะใดระหว่างที่คดีอาญากำลังพิจารณาอยู่ในศาลชั้นต้นก็ได้ คำพิพากษาในส่วนเรียกทรัพย์สินหรือราคาให้รวมเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำพิพากษาในคดีอาญา ดังนั้นในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ แม้จะมีคำขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นจำนวนมากมายเพียงใด ศาลแขวงก็มีอำนาจที่จะพิจารณาพิพากษาได้ ส่วนในคดีอาญาที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาต่อศาลแขวงนั้น จะต้องพิจารณาถึงราคาทรัพย์สินที่จะให้จำเลยชดใช้ว่ามีทุนทรัพย์มากน้อยเพียงใด หากมีราคาไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท คดีย่อมอยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษา แต่ถ้าราคาทรัพย์สินที่เรียกร้องมีจำนวนเกิน ๑๐,๐๐๐ บาทแล้ว ศาลแขวงก็ไม่มีอำนาจที่จะพิจารณาพิพากษาในส่วนแพ่งเพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๓ และ ๔๔บัญญัติให้อำนาจไว้เป็นพิเศษเฉพาะคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์เท่านั้น คดีนี้พนักงานอัยการฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาต่อศาลแขวงนครสวรรค์ ในความผิดฐานยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๓๕๓ และมีคำขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๓๒๐,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหายรวม ๔ คน การที่ผู้เสียหายคนหนึ่งยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ถือได้ว่าคำขอในส่วนแพ่งของโจทก์ร่วมที่ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคามีทุนทรัพย์เกินกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท จึงเป็นคดีที่เกินอำนาจศาลแขวงจะพิจารณาพิพากษา เพราะหากผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องคดีเองแล้วย่อมไม่มีสิทธิยื่นคำขอในส่วนแพ่งอันมีทุนทรัพย์เกินกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อศาลแขวงได้ ดังนั้น โจทก์ร่วมจึงไม่อาจถือเอาคำขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ตามคำฟ้องของพนักงานอัยการเป็นคำขอของตนได้ โจทก์ร่วมย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่จะให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ และศาลอุทธรณ์ก็ไม่มีอำนาจที่จะพิจารณาพิพากษาคำขอในส่วนนี้ เพราะพนักงานอัยการโจทก์มิได้อุทธรณ์ด้วย การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่โจทก์ร่วม จึงเป็นการมิชอบ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงนั้น เห็นว่าคดีที่ฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย เมื่อพฤติการณ์เท่าที่ปรากฏและโทษที่ศาลอุทธรณ์กำหนดยังไม่เหมาะสมแก่รูปคดี ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจเปลี่ยนแปลงดุลพินิจในการวางโทษให้เหมาะสมได้ เฉพาะคดีนี้ถ้าจะรอการลงโทษให้แก่จำเลยไว้ก็ย่อมจะเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งให้จำเลยระมัดระวังการกระทำของตนซึ่งน่าจะเป็นผลดีแก่สังคมมากกว่าที่จะลงโทษจำคุกไปทีเดียว จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนประกอบกับมีอายุมากถึง ๖๐ ปีเศษ อีกทั้งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับโจทก์ร่วมและผู้เสียหายตามพฤติการณ์และรูปคดีสมควรที่จะรอการลงโทษแก่จำเลยเพื่อให้โอกาสประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อไป พิพากษาแก้เป็นว่า โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๑ ปี ให้ยกคำขอที่ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๘๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ร่วม แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ร่วมที่จะยื่นฟ้องคดีในส่วนแพ่งต่อศาลที่มีอำนาจต่อไป. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4419/2528 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครสวรรค์ โจทก์ นายสงบ อมรศักดิ์ โจทก์ร่วม นางสว่าง เวชกิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครสวรรค์ · โจทก์ร่วม - นายสงบ อมรศักดิ์ · จำเลย - นางสว่าง เวชกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ · สมประสงค์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 125/2526ฎีกา 8192/2560ฎีกา 888/2490ฎีกา 2069/2552ฎีกา 1917/2559ฎีกา 4887/2543ฎีกา 13725/2553ฎีกา 1039/2516ฎีกา 8080/2538ฎีกา 3303/2531ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 4/2533ฎีกา 1311/2540ฎีกา 3694/2553ฎีกา 1010/2493ฎีกา 1734-1735/2532ฎีกา 1228/2510ฎีกา 1330/2533ฎีกา 392/2512ฎีกา 7201/2568ฎีกา 323/2510ฎีกา 218/2481ฎีกา 299/2490
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา