⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4952/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4952/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์แล้ว กรรมสิทธิ์ย่อมโอนไปยังผู้รับโอนทันที การที่ผู้โอนยังคงครอบครองทรัพย์สินนั้นต่อไป ถือเป็นการครอบครองแทนผู้รับโอน และไม่เป็นการครอบครองปรปักษ์ เว้นแต่ผู้โอนจะได้แสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะการครอบครองต่อผู้รับโอนอย่างชัดแจ้ง

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบยียนโอนที่ดินตามฟ้องแก่โจทก์ กรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในที่ดินแปลงนั้นย่อมโอนไปเป็นของโจทก์ทันทีโดยไม่ต้องกระทำการส่งมอบกันอีกการที่จำเลยยังคงยึดถือที่ดินดังกล่าวต่อไปเช่นเดิมภายหลังทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนโอนนั้นเป็นเพียงยึดถือไว้แทนโจทก์เท่านั้น หาใช่ยึดถือเพื่อตนเองไม่ และไม่เป็นการแย่งการครอบครองหรือครอบครองปรปักษ์ต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 โจทก์จึงมีสิทธิในที่ดินตามฟ้องดีกว่าจำเลย หากจำเลยจะยึดถือเพื่อตนเองโดยเจตนาเป็นเจ้าของจำเลยต้องบอกกล่าวแสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือให้โจทก์ทราบ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 คำสั่งของศาลว่าที่ดินตามฟ้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตามคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์นั้น ไม่ผูกพันโจทก์ซึ่งมีสิทธิในที่ดินดีกว่าจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1373 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจดทะเบียนโอนขายที่ดินให้แก่โจทก์แล้วโจทก์ได้มอบให้จำเลยดูแลที่ดินดังกล่าวแทนโจทก์ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ ศาลจังหวัดแพร่มีคำสั่งให้ที่ดินดังกล่าวตกเป็นของจำเลย ขอให้ศาลพิพากษาว่าคำสั่งของศาลจังหวัดแพร่ไม่ผูกพันโจทก์ และให้จำเลยกับบริวารออกจากที่ดินโจทก์ จำเลยให้การว่า เดิมที่ดินเป็นของจำเลย ต่อมาจำเลยได้ครอบครองที่ดินโดยปรปักษ์ และศาลได้มีคำสั่งให้ที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยคำสั่งศาลดังกล่าวมีผลผูกพันโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า คำสั่งของศาลจังหวัดแพร่ไม่มีผลผูกพันโจทก์ และให้ขับไล่จำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนโอนที่ดินตามฟ้องแก่โจทก์ กรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในที่ดินแปลงนั้นย่อมโอนไปเป็นของโจทก์ทันที โดยไม่ต้องกระทำการส่งมอบกันอีกการที่จำเลยยังคงยึดถือที่ดินดังกล่าวต่อไปเช่นเดิมภายหลังทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนโอนนั้นเป็นเพียงยึดถือไว้แทนโจทก์เท่านั้น หาใช่ยึดถือเพื่อตนเองไม่ หากจำเลยจะยึดถือเพื่อตนเองโดยเจตนาเป็นเจ้าของจำเลยต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1381 ซึ่งบัญญัติว่า "บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินอยู่ในฐานะเป็นผู้แทนผู้ครอบครอง บุคคลนั้นจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือได้ก็แต่โดยบอกกล่าวไปยังผู้ครอบครองว่าไม่เจตนาจะยึดถือทรัพย์สินแทนผู้ครอบครองต่อไป" ตามฎีกาของจำเลยรับว่ามิได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะการยึดถือไปยังโจทก์ พฤติการณ์ของจำเลยตามที่จำเลยฎีกาไม่เป็นการแย่งการครอบครองหรือครอบครองโดยปรปักษ์ต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382โจทก์จึงมีสิทธิในที่ดินตามฟ้องดีกว่าจำเลย คำสั่งของศาลจังหวัดแพร่ไม่ผูกพันโจทก์ เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่ในที่ดินของโจทก์จำเลยก็ต้องออกไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4952/2528 นางมาลี ไชยสงวนธรรม โจทก์ นายชื่น บุษยดิลก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางมาลี ไชยสงวนธรรม · จำเลย - นายชื่น บุษยดิลก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพรัช วงศ์วัฒนะ · โสภณ รัตนากร · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3405/2537ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 142/2492ฎีกา 795/2543ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 4415/2528ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6868/2541ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4564/2543ฎีกา 4185/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา