⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1032/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1032/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายและใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อเอาทรัพย์ของผู้เสียหาย ถือเป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้มีดปลายแหลมจี้คอผู้เสียหายพร้อมกับขู่ไม่ให้ร้องมิฉะนั้นจะปล้ำเมื่อผู้เสียหายปฏิบัติตามก็โยนเหล็กปลายแหลมทิ้งแล้วกอดผู้เสียหายไว้ใช้มือคลำคอผู้เสียหายถามหาสร้อยคอเมื่อทราบว่าไม่มีก็ถามถึงแหวนที่ผู้เสียหายสวมอยู่พอทราบว่าเป็นของปลอมก็ปล่อยมือจากการกอดผู้เสียหายวิ่งหนีไปได้พฤติการณ์เช่นนี้แสดงว่าจำเลยประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้เสียหายเป็นสำคัญเพราะเสาะหาแต่สร้อยคอกับแหวนเท่านั้นการที่จำเลยใช้เหล็กปลายแหลมขู่จะปล้ำผู้เสียหายก็ดีกอดตัวผู้เสียหายเมื่อค้นหาทรัพย์ก็ดีเป็นการขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายและใช้กำลังประทุษร้ายตามความหมายแห่งป.อ.มาตรา339การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลยฐานพยายามชิงทรัพย์6ปี8เดือนฐานกระทำอนาจาร4เดือนรวมจำคุก7ปี2เดือนและลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก3ปี7เดือนยังไม่ถูกต้องเมื่อรวมโทษแล้วต้องเป็นจำคุก7ปีลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก3ปี6เดือนปัญหาข้อนี้แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาแต่ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยและแก้ให้ถูกต้องได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่31ตุลาคม2526เวลากลางวันจำเลยบังอาจพกพาอาวุธเหล็กแหลมยาว8นิ้ว1อันไปตามทางสาะารณะโดยไม่มีเหตุสมควรแล้วกระทำอนาจารนางสาวต้อยบุบผาดาอายุ16ปีผู้เสียหายโดยใช้กำลังประทุษร้ายกอดปล้ำและรัดลำตัวผู้เสียหายไว้เพื่อที่จะข่มขืนกระทำชำเราและใช้เหล็กแหลมดังกล่าวจี้บังคับจะเอาแหวน2วงๆละ10บาทที่ผู้เสียหายสวมอยู่ที่นิ้วมือแล้วคลำหาสร้อยที่คอแต่ผู้เสียหายร้องใช้คนช่วยจำเลยจึงหลบหนีไปชิงทรัพย์ไม่ได้ดังเจตนาต่อจากนั้นจำเลยบังอาจกระทำอนาจารนางด่องมุ่งหมายผู้เสียหายโดยใช้กำลังกายประทุษร้ายกอดปล้ำและใช้เหล็กแหลมขู่เข็ญเพื่อจะข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายแต่ผู้เสียหายดิ้นรนต่อสู้และวิ่งหนีไปได้ขอให้ลงดทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา278,339,371,80,91พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่5)พ.ศ.2525มาตรา3,13พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่6)พ.ศ.2526มาตรา4และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา278,334ประกอบมาตรา80,371ให้เรียงกระทงลงโทษความผิดฐานกระทำอนาจารบุคคลอายุกว่าสิบสามปีจำคุก4เดือนฐานพยายามลักทรัพย์จำคุก4เดือนฐานพกพาอาวุธไปในหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรปรับ100บาทรวมโทษจำคุก8เดือนและปรับ100บาทจำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา78คงจำคุก4เดือนปรับ50บาทไม่ชำระค่าปรับจัดการตามมาตรา29,30ของกลางริบ โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ไม่ใช่ลักทรัพย์และมีความผิดฐานกระทำอนาจารผู้เสียหายแต่ละคนต้องลดโทษเป็น2กรรม ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา339วรรคสอง,80กระทงหนึ่งลงโทษจำคุก6ปี8เดือนและผิดฐานกระทำอนาจารนางด่องผู้เสียหายคนเดียวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา278จำคุก4เดือนรวมจำคุก7ปี2เดือนจำเลยรับสารภาพลดกึ่งหนึ่งคงจำคุก3ปี7เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยมิได้ประสงค์ต่อทรัพย์แต่มุ่งกระทำอนาจารผู้เสียหายทั้งสองเท่านั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีมีปัญหาในชั้นนี้เพียงว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์หรือไม่เท่านั้นเห็นว่าโจทก์มีนางสาวต้อยบุบผาดาผู้เสียหายเบิกความมีเหตุผลปราศจากพิรุธโดยจำเลยมิได้ซักค้านหรือนำสืบหักล้างให้เห็นเป็นอย่างอื่นฟังได้ว่าจำเลยใช้เหล็กปลายแหลมจี้คอผู้เสียหายพร้อมกับขู่ไม่ให้ร้องมิฉะนั้นจะปล้ำเมื่อผู้เสียหายปฏิบัติตามก็โยนเหล็กปลายแหลมทิ้งแล้วกอดผู้เสียหายไว้ใช้มือคลำคอผู้เสียหายภามหาสร้องคอเมื่อทราบว่าไม่มีก็ถามถึงแหวนที่ผู้เสียหายสวมอยู่พอทราบว่าเป็นของปลอมก็ปล่อยมือจากการกอดผู้เสียหายจึงวิ่งหนีได้เห็นว่าพฤติการณ์เช่นนี้ส่อให้เห็นว่าจำเลยประสงค์ต่อทรัพย์จากผู้เสียหายเป็นสำคัญเพราะเสาะหาแต่สร้อยคอกับแหวนเท่านั้นการกอดผู้เสียหายก็เพื่อจะรั้งตัวไว้ให้สะดวกต่อการค้นหาทรัพย์อย่างเดียวจะเห็นได้จากการคลำของจำเลยที่คลำแต่คออันเป็นที่ที่สร้อยคอควรอยู่มิได้คลำของสงวนอันเป็นเครื่องกระตุ้นอารมณ์ทางเพศแต่อย่างใดแม้ตอนขู่ก็ยังกำชับว่ามิฉะนั้นจะปล้ำแสดงว่าจำเลยมิได้เจตนาจะปล้ำมาแต่แรกแต่ยกเอาการปล้ำมาขู่มิให้ขัดขืนเท่านั้นการใช้เหล็กปลายแหลมขู่จะปล้ำอันเป็นการจะทำร้ายอย่างหนึ่งก็ดีการกอดตัวผู้เสียหายเพื่อค้นหาทรัพย์ก็ดีเป็นการขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายและใช้กำลังประทุษร้ายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา339แล้วการกระทำของจำเลยจึงเป็นผิดฐานพยายามชิงทรัพย์หาใช่ฐานอนาจารดังจำเลยฎีกาขึ้นมาไม่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้วแต่ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลยฐานพยายามชิงทรัพย์6ปี8เดือนฐานกระทำอนาจาร4เดือนรวมจำคุก7ปี2เดือนและลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก3ปี7เดือนนั้นยังไม่ถูกต้องเมื่อรวมโทษแล้วต้องเป็นจำคุก7ปีลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก3ปี6เดือนปัญหาดังกล่าวนี้แม้จำเลยมิได้ฎีกาแต่ก็เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องเสียได้ พิพากษาแก้เป็นว่าเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วจำคุกจำเลย7ปีลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก3ปี6เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1032/2529 พนักงานอัยการ จังหวัด อุบลราชธานี โจทก์ นาย ผาด สุวะรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด อุบลราชธานี · จำเลย - นาย ผาด สุวะรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · อุทิศ บุญชู
แหล่งที่มาสำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 3136/2524ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1360/2544ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 11/2539ฎีกา 1165/2537ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ