⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1171/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1171/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบต้องปราศจากข้อสงสัยจึงจะลงโทษจำเลยได้ หากพยานหลักฐานมีข้อพิรุธหรือขัดแย้งกันเอง น้ำหนักพยานหลักฐานนั้นจะลดน้อยลง

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์จะมีบันทึกคำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนว่าจำเลยเป็นคนร้ายยิงผู้ตาย แต่จำเลยก็ยังโต้แย้งอยู่ว่าบันทึกดังกล่าวไม่ถูกต้อง ส่วนพยานหลักฐานอื่นของโจทก์นั้น นอกจากเป็นพยานบอกเล่าไม่มีพยานอื่นประกอบแล้วยังแตกต่างขัดกันอีกด้วย พยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักพอที่จะฟังว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดดังโจทก์ฟ้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายปลอด สีครอบ ตายขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และนับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๒๙๙/๒๕๒๖ ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๒๙๙/๒๕๒๖ ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ให้จำคุก ๒๐ ปี และนับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่๑๒๕๑/๒๕๒๖ ของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานยืนยันว่าจำเลยเป็นคนยิงผู้ตาย คงมีแต่รายงานชันสูตรพลิกศพ แผนที่เกิดเหตุและบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุซึ่งระบุว่าจำเลยเป็นคนยิงผู้ตาย กับมีบันทึกคำให้การของนางชมและเด็กชายมานะซึ่งระบุว่านางชมและเด็กชายมานะเห็นจำเลยถือปืนหนีออกไปจากที่เกิดเหตุ โดยมีร้อยตำรวจเอกบุญช่วย พนักงานสอบสวนมาเบิกความประกอบว่า เป็นผู้ทำเอกสารเหล่านั้น เอกสารต่าง ๆ นี้ นอกจากจะเป็นพยานบอกเล่าไม่มีน้ำหนักแล้ว นางจิบ นางชม และเด็กชายมานะ ซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นประจักษ์พยานรู้เห็นเหตุการณ์ขณะคนร้ายยิงผู้ตาย ก็ได้เบิกความว่าพยานไม่เห็นคนร้าย โดยเฉพาะเด็กชายมานะได้เบิกความว่าตำรวจให้ลงชื่อในบันทึกคำให้การโดยไม่ได้อ่านให้ฟัง และนางชมเบิกความว่ามิได้ให้การว่าเห็นจำเลยถือปืนวิ่งหนีไป นอกจากนั้นบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของนางชมและเด็กชายมานะก็ขัดกัน โดยนางชมให้การว่าจำเลยขี่รถจักรยานยนต์สะพายปืนยาวหลบหนีไป ส่วนเด็กชายมานะให้การว่าจำเลยถือปืนลูกซองยาววิ่งหนีไป ซึ่งทำให้บันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของพยาน ๒ ปากนี้ไม่น่าเชื่อถือ แม้โจทก์จะมีบันทึกคำให้การรับสารภาพของจำเลยว่าจำเลยเป็นคนร้ายยิงผู้ตาย แต่จำเลยยังโต้แย้งอยู่ว่าบันทึกดังกล่าวไม่ถูกต้อง จำเลยรับสารภาพเฉพาะข้อหาอาวุธปืนเท่านั้น ทั้งบันทึกดังกล่าวก็ระบุด้วยว่าจำเลยรับสารภาพว่าได้ใช้ปืนลูกซองสั้นที่ค้นได้จากบ้านจำเลยยิงผู้ตาย ซึ่งแตกต่างกับบันทึกคำให้การของนางชมและเด็กชายมานะที่ระบุว่าจำเลยใช้ปืนลูกซองยาวยิงผู้ตาย ศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์นอกจากเป็นเพียงพยานบอกเล่า ไม่มีพยานอื่นประกอบแล้ว พยานหลักฐานของโจทก์ยังแตกต่างขัดกันอีกด้วย จึงไม่มีน้ำหนักพอที่จะฟังว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดดังโจทก์ฟ้องได้ ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1171/2529 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นายเชื่อม สุขกรอม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี · จำเลย - นายเชื่อม สุขกรอม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ รัตนากร · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · เสรี แสงศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายพินจ บุญชัด · ศาลอุทธรณ์ - นายประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 185/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 824/2535ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1148/2534ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 3237/2543ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 1165/2537ฎีกา 435/2535ฎีกา 5957/2530ฎีกา 3361/2536ฎีกา 1189/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา