⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1344/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1344/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยในข้อหาหนึ่งไปแล้ว ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหานั้นไม่ได้ หากศาลอุทธรณ์วินิจฉัยลงโทษจำเลยในข้อหาที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องไป ถือว่าเป็นการวินิจฉัยที่มิชอบด้วยกระบวนพิจารณา

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ จึงถือได้ว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องข้อหาฐานรับของโจร จำเลยอุทธรณ์ขอให้พิพากษายกฟ้องข้อหาฐานลักทรัพย์ ประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยคือจำเลยได้กระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์แต่ผิดฐานรับของโจร จึงมิชอบด้วยกระบวนพิจารณา จำเลยมีสิทธิฎีกาขอให้ยกฟ้องข้อหาฐานรับของโจรได้ และศาลฎีกาไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ เพราะศาลอุทธรณ์ได้ยกฟ้องจำเลยในข้อหาฐานลักทรัพย์แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักโคของผู้เสียหายหรือมิฉะนั้นก็รับของโจรเนื้อโคของกลาง ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ จำคุก ๔ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์แต่ผิดฐานรับของโจร พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ จำคุก ๒ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ จึงถือได้ว่า ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องข้อหาฐานรับของโจร จำเลยอุทธรณ์ขอให้พิพากษายกฟ้องข้อหาฐานลักทรัพย์ ประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยคือจำเลยได้กระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ จึงชอบแล้ว แต่ที่ศาลอุทธรณ์กลับไปวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีความผิดฐานรับของโจร และพิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับของโจรนั้น จึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา จำเลยมีสิทธิฎีกาขอให้ยกฟ้องข้อหาฐานรับของโจรได้ และศาลฎีกาไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ เพราะศาลอุทธรณ์ได้ยกฟ้องจำเลยในข้อหาฐานลักทรัพย์แล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ข้อหาฐานรับของโจร นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1344/2529 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายเดช มีสุขหรือสุขมีหรืออินสะอาด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · จำเลย - นายเดช มีสุขหรือสุขมีหรืออินสะอาด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เกิดลาภผล · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายพิศล พิรุณ · ศาลอุทธรณ์ - นายเคียง บุญเพิ่ม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6229/2539ฎีกา 845/2543ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 824/2535ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 369/2501ฎีกา 7201/2568ฎีกา 16889/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา