⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1584/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1584/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยจะมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดได้ ก็ต่อเมื่อจำเลยได้ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดนั้น หากจำเลยเพียงแต่อยู่ในเหตุการณ์และพูดเสริมคำของบุตรตนเอง แต่ผู้เสียหายได้ตัดสินใจและดำเนินการไปก่อนแล้วโดยเชื่อคำพูดของบุตรจำเลยโดยตรง ย่อมไม่ถือว่าจำเลยเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายทั้งสี่ติดต่อกับบุตรทั้งสองของจำเลยจนตกลงใจจะไปทำงานในต่างประเทศและได้ไปขอหนังสือเดินทางนัดหมายชำระเงินค่าตอบแทนให้บุตรทั้งสองของจำเลยโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นแนะนำชักพาให้ผู้เสียหายเหล่านั้นนำเงินไปมอบให้แก่บุตรของตนแต่อย่างใด แม้จะปรากฏว่าขณะผู้เสียหายทั้งสี่นำเงินไปจ่ายตามนัด จำเลยอยู่ด้วยช่วยพูดเสริมคำของบุตรทั้งสองกับช่วยนับเงินที่ผู้เสียหายเหล่านั้นนำไปชำระ เมื่อปรากฏว่าผู้เสียหายทั้งสี่ปลงใจที่จะจ่ายเงินถึงขนาดไปทำหนังสือเดินทางเสร็จ กำหนดวันที่จะจ่ายเงินกันไว้แน่นอนแล้วโดยเชื่อตามคำพูดของบุตรทั้งสองของจำเลยก่อนที่จะพบกับจำเลยเช่นนี้ ย่อมแสดงว่าผู้เสียหายทั้งสี่พร้อมที่จะจ่ายเงินให้บุตรทั้งสองของจำเลยไม่ว่าจำเลยจะอยู่ด้วยในวันนัดพบจ่ายเงินหรือไม่ พฤติการณ์ของจำเลยยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการกระทำของบุตรทั้งสองของจำเลยจำเลยจึงไม่มีความผิดฐานสนับสนุนการฉ้อโกง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๒ คนร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายทั้งสี่ว่าสามารถส่งผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศมาเลเซียได้โดยผู้เสียหายต้องจ่ายค่าดำเนินการให้จำเลยกับพวกคนละ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นความเท็จ ผู้เสียหายทั้งสี่หลงเชื่อ จึงมอบเงินให้จำเลยกับพวกไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓,๓๔๑, ๙๑ และให้จำเลยคืนเงิน ๕,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหายแต่ละคน จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานสนับสนุนการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๘๖ จำคุก ๑ ปี ๔ เดือน คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทางพิจารณาไม่ปรากฏจากพยานหลักฐานของโจทก์ว่า ตั้งแต่แรกที่ผู้เสียหายทั้งสี่ติดต่อกับนายวันดีและนายวัตรบุตรจำเลยจนตกลงใจจะไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย และได้ไปขอหนังสือเดินทาง นัดหมายวันชำระเงินค่าตอบแทนให้แก่นายวันดีและนายวัตร จำเลยได้มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นและนำชักพาให้ผู้เสียหายเหล่านั้นมานำเงินไปมอบให้แก่บุตรของตนแต่อย่างใดแม้จะปรากฏว่าขณะผู้เสียหายทั้งสี่นำเงินไปจ่ายตามนัด จำเลยจะอยู่ด้วยช่วยพูดเสริมคำของนายวันดีและนายวัตรกับช่วยนับเงินที่ผู้เสียหายนำมาก็ตาม เมื่อปรากฏว่าผู้เสียหายทั้งสี่ปลงใจที่จะจ่ายเงินถึงขนาดไปทำหนังสือเดินทางเสร็จกำหนดวันที่จะจ่ายเงินกันไว้แน่นอนแล้วโดยเชื่อตามคำพูดของนายวันดีและนายวัตรก่อนที่จะพบกับจำเลยเช่นนี้ ย่อมแสดงว่าผู้เสียหายทั้งสี่พร้อมที่จะจ่ายเงินให้แก่นายวันดีและนายวัตรไม่ว่าจำเลยจะอยู่ด้วยในวันนัดพบจ่ายเงินหรือไม่ ที่ผู้เสียหายทั้งสี่กับพวกไปพูดจากับนายวันดีและนายวัตรในวันจ่ายเงินก็เพียงเพื่อให้ได้รับความสบายใจจากคำพูดรับรองของบุคคลทั้งสองนี้เท่านั้น พฤติการณ์ของจำเลยเพียงเท่าที่ปรากฏยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการกระทำของนายวันดีและนายวัตร จำเลยจึงยังไม่มีความผิด พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1584/2529 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงลำปาง โจทก์ นายรอด ง้าวทาสม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงลำปาง · จำเลย - นายรอด ง้าวทาสม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประการ กาญจนศูนย์ · ประพันธ์ ผลฉาย · พลจิตต์ ดียืน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงลำปาง - นางสาวอุบลรัตน์ วงษ์ภูมิ · ศาลอุทธรณ์ - นายนาม ยิ้มแย้ม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 2593/2521ฎีกา 725/2567ฎีกา 915/2566ฎีกา 5219/2531ฎีกา 712/2559ฎีกา 2303/2518ฎีกา 955/2512ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 6196/2534ฎีกา 2597/2516ฎีกา 198/2564ฎีกา 3116/2527ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3153/2531ฎีกา 4009/2566ฎีกา 3245/2545ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7362/2538ฎีกา 1674/2543ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2405/2523ฎีกา 3595/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา