⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1699/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1699/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานบุกรุกไม่จำต้องมีเจตนาพิเศษอย่างอื่นนอกจากการเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควร.

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะได้จำนำรถจักรยานของจำเลยไว้กับผู้เสียหายจำเลยก็ไม่มีเหตุอันสมควรที่จะลักลอบเข้าไปเอารถจักรยานดังกล่าวในบ้านของผู้เสียหายในเวลา 5.30 น. จำเลยจึงมีความผิดฐานบุกรุก จำเลยเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายเพื่อเอารถจักรยานของจำเลย เมื่อผู้เสียหายส่องไฟฉายมาที่จำเลย จำเลยก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายแล้วจึงเอารถจักรยานไป พฤติการณ์ดังกล่าวยังไม่แน่ชัดว่าจำเลยกระทำไปเพื่อปกปิดความผิดฐานบุกรุก จำเลยอาจยิงผู้เสียหายเพื่อไม่ให้ผู้เสียหายขัดขวางการเข้าไปเอารถจักรยานของจำเลยในบ้านผู้เสียหายก็ได้ แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องถึงความผิดในส่วนนี้ของจำเลย จึงลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ประกอบกับมาตรา 80 ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 ประมวลกฎหมายอาญา ม.364 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีอาวุธปืนบุกรุกเข้าไปในบ้านซึ่งเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายแล้วเอารถจักรยานสองล้อซึ่งจำเลยจำนำไว้แก่ผู้เสียหายไปเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายผู้รับจำนำ และในระหว่างเวลาที่จำเลยเอารถจักรยานสองล้อคันดังกล่าวไป ผู้เสียหายได้พบเห็นการกระทำของจำเลย จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายโดยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายเพื่อเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแก่การที่จำเลยได้กระทำความผิดฐานโกงเจ้าหนี้และเพื่อปกปิดความผิดฐานบุกรุกเคหสถานและฐานฉ้อโกงเจ้าหนี้ของจำเลย แต่กระสุนปืนที่จำเลยยิงไปถูกอวัยวะที่ไม่สำคัญ ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๔, ๓๖๕, ๓๔๖, ๒๘๙, ๘๐, ๙๑ และริบเม็ดตะกั่วกระสุนปืนลูกซองของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบกับมาตรา ๘๐ ลงโทษจำคุก ๑๐ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๕ ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกและริบเม็ดตะกั่วกระสุนปืนของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ จำคุก ๒ ปี และมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๗) ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ อีกกระทงหนึ่ง จำคุกตลอดชีวิต เนื่องจากความผิดตามมาตรา ๒๘๙ (๗),๘๐ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต จึงไม่นำโทษจำคุกในความผิดฐานบุกรุกมารวมลงโทษจำเลยอีกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ที่แก้ไขใหม่ จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒๕ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่าจำเลยมีความผิดฐานบุกรุกด้วยหรือไม่นั้น คดีนี้เหตุเกิดเวลา ๐๕.๓๐ น. แม้จำเลยจะเป็นเจ้าของรถจักรยานที่จำเลยเอาไปจำนำไว้กับผู้เสียหายและจำเลยเข้าไปในบ้านผู้เสียหายเพื่อเอารถจักรยานคืนจากผู้เสียหายก็ตามแต่จำเลยก็ไม่สมควรลักลอบเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายในเวลาค่ำคืนเช่นนั้น ถือได้ว่าจำเลยเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายโดยไม่มีเหตุอันสมควร จึงมีความผิดฐานบุกรุกด้วย ส่วนในข้อที่ว่าจำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหายเพื่อปกปิดความผิดของจำเลยหรือไม่นั้น เห็นว่า จำเลยเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายเพื่อเอารถจักรยานของจำเลย เมื่อผู้เสียหายส่องไฟฉายมาที่จำเลย จำเลยก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายแล้วจึงเอารถจักรยานไป พฤติการณ์เช่นนี้ยังไม่แน่ชัดว่าจำเลยกระทำไปเพื่อปกปิดความผิดฐานบุกรุก จำเลยอาจยิงผู้เสียหายเพื่อไม่ให้ผู้เสียหายขัดขวางการเข้าไปเอารถจักรยานของจำเลยในบ้านผู้เสียหายก็ได้ แต่โจทก์ก็มิได้บรรยายฟ้องถึงความผิดในส่วนนี้ของจำเลย จึงลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ ประกอบกับมาตรา ๘๐ ไม่ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบกับมาตรา ๘๐ จำคุก ๑๐ ปี รวมโทษในความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ จำคุก ๒ ปีเป็นจำคุก ๑๒ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๖ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1699/2529 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ โจทก์ นายคำพันหรือพันธ์ กองมา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ · จำเลย - นายคำพันหรือพันธ์ กองมา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สาระ เสาวมล · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายสุรศักดิ์ วาจาสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสงี่ยม สันติวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 226/2529ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 551/2514ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา