คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1894/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยไม่มีสิทธิยึดหน่วงเงินสะสมของโจทก์ไว้เพื่อหักกลบลบหนี้ค่าเสียหายที่จำเลยได้รับจากการปล่อยสินเชื่อเกินอำนาจ เนื่องจากหนี้ทั้งสองประการไม่เกี่ยวข้องกันและจำเลยไม่ได้ครอบครองทรัพย์สินของโจทก์โดยมีหนี้อันเป็นคุณประโยชน์แก่จำเลยเกี่ยวด้วยทรัพย์สินนั้น
ย่อคำพิพากษา
เงินสะสมที่โจทก์มีสิทธิได้รับจากจำเลยกับค่าเสียหายของจำเลยอันเนื่องจากการที่โจทก์ปล่อยสินเชื่อเกินอำนาจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ไม่เกี่ยวข้องกัน ทั้งมิใช่ทรัพย์สินของโจทก์ที่จำเลยครองอยู่โดยมีหนี้อันเป็นคุณประโยชน์แก่จำเลยเกี่ยวด้วยทรัพย์สินนั้น จำเลยหามีสิทธิยึดหน่วงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 241 เมื่อหักกลบลบหนี้ไม่ จำเลยต้องจ่ายเงินสะสมแก่โจทก์เมื่อเลิกจ้าง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ชอบขอให้จำเลยชดใช้ค่าชดเชยเงินสะสม เงินสมทบ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าเสียหายรวมเป็นเงิน ๕๕๔,๒๕๕ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การปฏิเสธหลายประการ และว่าโจทก์ได้ปล่อยสินเชื่อไปโดยประมาทเลินเล่อหรือปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจ เป็นเหตุให้จำเลยเสียหาย ซึ่งโจทก์จะต้องรับผิดชอบต่อจำเลย จำเลยจึงยึดหน่วงค่าชดเชย เงินสะสม เงินสมทบ รวมทั้งสิ้น ๒๐๑,๔๐๕ บาทไว้ก่อน เพื่อรอผลการสอบสวนและตรวจสอบของคณะกรรมการของจำเลยว่าโจทก์จะต้องรับผิดต่อจำเลยเท่าใดแล้วนำมาหักกลบลบหนี้กัน ขณะนี้การตรวจสอบยังไม่เสร็จ จำเลยจึงไม่สามารถจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินต่าง ๆ ตามที่โจทก์ฟ้อง จึงไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแก่โจทก์ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย ๘๔,๓๐๐ บาท เงินสะสม๕๘,๕๕๒.๕๐ บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีโดยดอกเบี้ยของค่าชดเชยให้จำเลยเสียตั้งแต่วันเลิกจ้าง ส่วนดอกเบี้ยของเงินสะสมให้จำเลยเสียตั้งแต่วันที่ ๘พฤศจิกายน ๒๕๒๗ ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยในปัญหาอื่นแล้ว วินิจฉัยปัญหาเรื่องสิทธิยึดหน่วงว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าการที่โจทก์ปล่อยสินเชื่อเกินอำนาจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย จำเลยย่อมยึดหน่วงเงินสะสมของโจทก์จำนวน ๕๘,๕๕๒.๕๐ บาทไว้หักกลบลบหนี้ได้นั้น เห็นว่า เงินสะสมที่โจทก์มีสิทธิได้รับกับค่าเสียหายของจำเลยที่อ้างไม่เกี่ยวข้องกัน เงินสะสมดังกล่าวจึงมิใช่ทรัพย์สินของโจทก์ที่จำเลยครองอยู่โดยมีหนี้อันเป็นคุณประโยชน์แก่จำเลยเกี่ยวด้วยทรัพย์สินนั้น จำเลยหามีสิทธิยึดหน่วงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๔๑ ไม่ จำเลยต้องจ่ายเงินสะสมแก่โจทก์
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในค่าชดเชยและเงินสะสมแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1894/2529
นายผล สุขสวัสดิ์ โจทก์
บริษัทธนาคารเอเซียทรัสต์ จำกัด และหรือบริษัทธนาคารสยาม จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายผล สุขสวัสดิ์ · จำเลย - บริษัทธนาคารเอเซียทรัสต์ จำกัด และหรือบริษัทธนาคารสยาม จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · เพียร สุมิระ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายชวลิต พรายภู่ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา