⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1956/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1956/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยครอบครองทรัพย์สินของผู้เสียหายโดยมีหน้าที่ต้องส่งมอบคืน แต่กลับเบียดบังเอาไปโดยทุจริต ถือเป็นความผิดฐานยักยอก.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยรับมอบเหรียญหลวงปู่แหวนจำนวน 20 องค์ ราคาองค์ละ 10 บาท รวมราคา 200 บาทจากผู้เสียหาย เพื่อเอาไปจำหน่ายให้กับประชาชนโดยทั่วไป แล้วจะต้องนำเงินที่จำหน่ายเหรียญดังกล่าวมอบให้ผู้เสียหายในวันเดียวกัน ต่อมาวันเดียวกันนี้จำเลยซึ่งได้ครอบครองเงินค่าจำหน่ายเหรียญดังกล่าวจำนวน 200 บาท ได้เบียดบังยักยอกเอาเงินดังกล่าวของผู้เสียหายไปเป็นประโยชน์ของจำเลยโดยทุจริต ดังนี้เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่า จำเลยครอบครองเงินค่าจำหน่ายเหรียญของผู้เสียหาย มีหน้าที่ต้องนำเงินดังกล่าวมาคืนให้ผู้เสียหาย แต่แล้วได้เบียดบังยักยอกไป อันครบองค์ความผิดฐานยักยอกแล้ว และจำเลยรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังเป็นที่ยุติตามคำฟ้องและคำให้การว่า เงินค่าจำหน่ายเหรียญเป็นของผู้เสียหาย เมื่อจำเลยเบียดบังไปโดยทุจริต จำเลยจึงมีความผิดฐานยักยอก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยรับมอบเหรียญหลวงปู่แหวนจำนวน ๒๐ องค์ ราคา องค์ละ ๑๐ บาท รวมราคา ๒๐๐ บาท จากนางอำไพ ใจเที่ยง ผู้เสียหาย เพื่อเอาไปจำหน่ายให้กับประชาชนโดยทั่วไป แล้วจะต้องนำเงินที่จำหน่ายเหรียญดังกล่าวมอบให้ผู้เสียหายในวันเดียวกัน ต่อมาระหว่างเวลา ๘ - ๑๖ นาฬิกาของวันเดียวกันนี้ จำเลยซึ่งได้ครอบครองเงินค่าจำหน่ายเหรียญดังกล่าวจำนวน ๒๐๐ บาท ได้เบียดบังยักยอกเอาเงินดังกล่าวของผู้เสียหายไปเป็นประโยชน์ของจำเลยโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน ๒๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง ไม่เป็นความผิดอาญา พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องยืนยันข้อเท็จจริงว่า จำเลยครอบครองเงินค่าจำหน่ายเหรียญของผู้เสียหายมีหน้าที่ต้องนำเงินตามฟ้องมาคืนผู้เสียหาย แต่แล้วได้เบียดบังยักยอกไปอันครบองค์ความผิดฐานยักยอกแล้ว และจำเลยให้การรับสารภาพข้อเท็จจริงจึงต้องฟังตามที่กล่าวในฟ้องว่า เงินค่าจำหน่ายเหรียญเป็นของผู้เสียหาย เมื่อจำเลยเบียดบังไปโดยทุจริตตามที่ยุติในคำฟ้องและคำให้การ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดอาญาดังที่โจทก์ฟ้อง พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ลงโทษจำคุก ๒ เดือน จำเลยรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ เดือน แต่ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๒๐๐ บาทให้ผู้เสียหาย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1956/2529 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงลพบุรี โจทก์ นายสุวรรณหรือวัน อำนวยผล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงลพบุรี · จำเลย - นายสุวรรณหรือวัน อำนวยผล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต นราลัย · เสนอ ศรนิยม · ไกร บุญญะกิติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงลพบุรี · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 481/2526ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1305/2547ฎีกา 7100/2538ฎีกา 597/2485ฎีกา 1057/2514ฎีกา 913/2538ฎีกา 164/2553ฎีกา 3026/2517ฎีกา 2963/2535ฎีกา 726/2487ฎีกา 2813/2566ฎีกา 848/2545ฎีกา 16889/2555ฎีกา 3595/2532ฎีกา 738/2536ฎีกา 5806/2534ฎีกา 514/2486ฎีกา 1516/2549ฎีกา 617/2536ฎีกา 1618/2499ฎีกา 1895/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา