⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2061/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2061/2529

ป.พ.พ. ม.1349, 1350 · ป.วิ.แพ่ง ม.142, 177, 246 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่จำเลยยกปัญหาขึ้นฎีกาซึ่งมิได้ให้การต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยให้ไม่ได้ 2. การที่ศาลพิพากษาให้โจทก์เสียค่าทดแทนการใช้ทางจำเป็นแก่จำเลยนอกเหนือจากประเด็นแห่งคดีที่คู่ความได้ว่ากล่าวกันมา เป็นการพิพากษาที่นอกประเด็น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อตามคำให้การของจำเลยร่วมไม่ได้โต้แย้งว่า เดิมที่ดินของโจทก์และที่ดินของ ป.แบ่งแยกจากที่ดินแปลงเดียวกัน เป็นเหตุให้เจ้าของที่ดินแปลงขณะแบ่งแยกซึ่งต่อมาตกเป็นของโจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินบนที่ดินของ ป.ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350 การที่จำเลยยกปัญหาดังกล่าวขึ้นฎีกาจึงเป็นเรื่องที่จำเลยร่วมมิได้ให้การต่อสู้ไว้เป็นประเด็นศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ โจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางจำเป็นและเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดจำเลยและจำเลยร่วมต่อสู้ว่าทางพิพาทไม่ใช่ทางจำเป็น จำเลยมีสิทธิปิดทางพิพาทการกระทำของจำเลยไม่เป็นละเมิดเท่านั้น ประเด็นแห่งคดีไม่มีเรื่องค่าทดแทนอันเกิดจากการใช้ทางจำเป็นเลย จำเลยร่วมจึงชอบที่จะไปว่ากล่าวเอาแก่โจทก์ในเรื่องนี้เป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์เสียค่าทดแทนการใช้ทางจำเป็น (ทางพิพาท) ของโจทก์ให้แก่จำเลยร่วมเจ้าของที่ดินจึงนอกประเด็นแห่งคดี ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1350

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าที่ดินของโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อม ไม่สามารถออกสู่ทางสาธารณะได้ จึงต้องใช้ที่ดินของนางเกษร ไทรงาม เป็นทางเดินออกสู่ทางสาธารณะ จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินของนางเกษร ได้ปิดกั้นทางดังกล่าวทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยเปิดทางแก่โจทก์ และชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การต่อสู้คดี ก่อนสืบพยานศาลชั้นต้นได้เรียกนางเกษร ไทรงามมาเป็นจำเลยร่วมตามคำขอของโจทก์ จำเลยร่วมให้การว่า จำเลยเป็นผู้อนุญาตให้โจทก์ใช้ทางพิพาทเป็นทางเดินชั่วคราว เมื่อจำเลยร่วมรับโอนที่ดินดังกล่าวจากจำเลยและต้องการใช้ที่นั้นเต็มเนื้อที่ จึงขอให้โจทก์หาทางอื่นออกสู่ทางสาธารณะจำเลยร่วมใช้สิทธิปิดทางโดยสุจริตไม่เป็นละเมิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมเปิดทางพิพาทโดยจำเลยร่วมมีสิทธิกันที่ดินแนวกำแพงบ้านของจำเลยร่วมไปกว้างไม่เกิน ๑๕ เซนติเมตรตลอดแนวยาวเป็นเส้นตรงออกสู่ทางสาธารณะ ทั้งนี้โดยโจทก์ต้องเสียค่าทดแทนแก่จำเลยร่วมก่อนเป็นรายปี ปีละ ๑,๒๐๐ บาท โจทก์และจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์ใช้ทางพิพาทกว้าง ๑.๕๐ เมตรได้ตามฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยร่วมฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินของโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อมไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ คงมีทางพิพาทที่โจทก์ใช้เข้าออกสู่ถนนสาธารณะได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยร่วมฎีกาว่าที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศใต้ติดทางพลี (ทางสาธารณะ) และโจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินได้เฉพาะบนที่ดินของนางเปื้อน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๐ นั้น เห็นว่าตามคำให้การของจำเลยร่วมไม่ได้โต้แย้งว่า เดิมที่ดินของโจทก์และที่ดินของนางเปื้อนแบ่งแยกจากที่ดินแปลงเดียวกัน เป็นเหตุให้เจ้าของที่ดินแปลงขณะแบ่งแยกซึ่งต่อมาตกเป็นของโจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินบนที่ดินของนางเปื้อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๐ ฎีกาของจำเลยร่วมจึงเป็นฎีกาในเรื่องที่จำเลยร่วมมิได้ให้การต่อสู้ไว้เป็นประเด็น ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ ปัญหาสุดท้ายตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์ไม่ต้องเสียค่าทดแทนให้แก่จำเลยร่วม หากต้องเสียไม่ควรเกินปีละ ๓๐๐ บาท เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางจำเป็น เรียกค่าเสียหายฐานละเมิด จำเลยและจำเลยร่วมต่อสู้ว่าทางพิพาทไม่ใช่ทางจำเป็น จำเลยมีสิทธิปิดทางพิพาท การกระทำของจำเลยไม่เป็นละเมิดเท่านั้น ประเด็นแห่งคดีไม่มีเรื่องค่าทดแทนอันเกิดจากการใช้ทางจำเป็นเลย จำเลยร่วมชอบที่จะว่ากล่าวเอาแก่โจทก์ในเรื่องนี้เป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์เสียค่าทดแทนการใช้ทางจำเป็น (ทางพิพาท) ของโจทก์ให้แก่จำเลยร่วมเจ้าของที่ดินจึงนอกประเด็นแห่งคดี ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นเป็นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์ไม่ต้องเสียค่าทดแทนให้แก่จำเลยร่วม แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยร่วมจะไปว่ากล่าวกับโจทก์เป็นอีกคดีหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2061/2529 นายสวาท ณ ตะกั่วทุ่ง โจทก์ นางเกษร ไทรงาม จำเลยร่วม นางแดง ณ พัทลุง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสวาท ณ ตะกั่วทุ่ง · จำเลยร่วม - นางเกษร ไทรงาม · จำเลย - นางแดง ณ พัทลุง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมประสงค์ พานิชอัตรา · ยนต์ พิรวินิจ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายพิศาล อัยยะวรากูล · ศาลอุทธรณ์ - นายสกล เหมือนพะวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1342/2509ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1079/2497ฎีกา 1000/2505ฎีกา 605/2511ฎีกา 8735/2542ฎีกา 14887/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2610/2538ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา