⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 214/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 214/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทนายความทำขึ้นตามอำนาจที่ได้รับมอบในใบแต่งทนายความ ย่อมมีผลผูกมัดคู่ความ และคู่ความจะอุทธรณ์ว่าทนายกระทำการโดยไม่ได้รับความยินยอมหรือแจ้งให้ทราบไม่ได้ เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย 2. สัญญาประนีประนอมยอมความที่ระบุให้ชำระหนี้ตามฟ้องภายในกำหนดเวลา แต่ไม่ระบุจำนวนเงินที่แน่นอน ไม่ถือว่าขัดต่อกฎหมาย ส่วนจำนวนเงินที่แท้จริงให้พิจารณาในชั้นบังคับคดี

ย่อคำพิพากษา

ทนายจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ตามอำนาจที่จำเลยมอบไว้ให้ในใบแต่งทนายความ สัญญาประนีประนอมยอมความย่อมมีผลผูกมัดจำเลย จำเลยจะอุทธรณ์ว่าทนายจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์โดยมิได้รับความยินยอมจากจำเลยก่อนและมิได้แจ้งผลของคดีให้จำเลยทราบไม่ได้เพราะเป็นอุทธรณ์ที่ไม่เข้าเหตุใดเหตุหนึ่งตามข้อยกเว้นของมาตรา 138 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง สัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งระบุว่าจำเลยยอมชำระเงินให้โจทก์ตามฟ้องภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันทำยอม โดยมิได้ระบุจำนวนเงินตามฟ้องว่าเป็นเงินเท่าใดนั้น ไม่ใช่ข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ส่วนจำเลยจะต้องชำระเงินให้แก่โจทก์เป็นจำนวนเท่าใดนั้นเมื่อมีข้อโต้เถียงกันขึ้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกจ้างประจำของโจทก์ ดำรงตำแหน่งผู้จัดการเหมืองปิล็อกของโจทก์ จำเลยได้ทำรายงานกิจการเหมืองประจำเดือนและบัญชีเงินสดซึ่งแสดงค่าใช้จ่ายประจำเดือนของเหมืองเสนอต่อโจทก์เป็นเท็จ โดยรายงานจำนวนแร่ที่ขุดได้มากกว่าความเป็นจริง ทั้งเบิกเงินค่าแรงทำแร่สำหรับจ่ายแก่ผู้รับจ้างทำแร่มากกว่าที่จ่ายไปจริง และจำเลยได้ขอยืมเงินทดรองจ่ายหมุ่นเวียนในการซื้อของสำหรับร้านค้าเหมืองปิล็อกแล้วไม่คืนแก่โจทก์ภายในกำหนด โจทก์ทำการสอบสวนความผิดของจำเลยแล้วมีคำสั่งให้จำเลยออกจากงาน จำเลยต้องรับผิดชำระเงินคืนแก่โจทก์รวม ๓๒๘,๗๐๗.๓๗ บาท โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยทำรายงานจำนวนแร่และเบิกเงินค่าแรงทำแร่มากกว่าที่เป็นจริงเพราะทำโดยใช้วิธีประมาณจากยอดแร่ที่ผลิตได้ในปีก่อน ๆ มาเฉลี่ย ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามปกติที่เคยปฏิบัติกันมาก่อนที่จำเลยได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการเหมือง จำเลยไม่มีเจตนารายงานเท็จจำเลยยอมรับว่าได้ยืมเงินทดรองจากโจทก์จริงแต่ไม่มีหน้าที่ต้องคืนให้แก่โจทก์เพราะจำเลยยืมในฐานะเป็นผู้จัดการเหมือง มิใช่ยืมเป็นการส่วนตัวทั้งเงินดังกล่าวก็นำมาใช้จ่ายในการจัดซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อทดรองจ่ายให้แก่กรรมกรเหมืองแร่ จำเลยไม่ต้องรับผิด การที่โจทก์ให้จำเลยออกจากงานโดยไม่มีความผิด เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้ยกฟ้องโจทก์และให้โจทก์จ่ายเงินค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินบำเหน็จ เงินโบนัสแก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยกระทำผิดต่อระเบียบวินัยของทางราชการอย่างร้ายแรง โจทก์ให้จำเลยออกจากงานไม่ใช่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม โจทก์ไม่ต้องจ่ายเงินตามฟ้องแย้งให้แก่จำเลย ในระหว่างการพิจารณาของศาลแรงงานกลาง ทนายโจทก์กับทนายจำเลยตกลงกันได้จึงทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลมีข้อความว่า'ข้อ ๑. จำเลยยอมชำระเงินให้โจทก์ตามฟ้องภายในกำหนด ๑ ปี นับแต่วันทำยอมนี้ ผิดนัดให้บังคับคดี พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ ข้อ ๒. โจทก์พอใจไม่ติดใจใด ๆ อีก' ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาตามยอมไปแล้ว จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ในคดีที่คู่ความตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันในประเด็นแห่งคดีโดยมิได้มีการถอนคำฟ้อง เมื่อข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความนั้นไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายและศาลพิพากษาตามยอมไปแล้วนั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๘ บัญญัติห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาเช่นว่านั้นเว้นแต่ในเหตุต่อไปนี้ (๑) เมื่อมีข้อกล่าวอ้างว่า คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฉ้อฉล (๒) เมื่อคำพิพากษานั้นถูกกล่าวอ้างว่าเป็นการละเมิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน (๓) เมื่อคำพิพากษานั้นถูกกล่าวอ้างว่ามิได้เป็นไปตามข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความ ตามข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ความว่า ทนายจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ตามอำนาจที่จำเลยมอบไว้ให้ในใบแต่งทนายความ ไม่ใช่ทนายจำเลยทำโดยปราศจากอำนาจ ดังนั้น สัญญาประนีประนอมยอมความยึงมีผลผูกมัดจำเลยข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่าทนายจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์โดยมิได้รับความยินยอมจากจำเลยก่อนและมิได้แจ้งผลของคดีให้จำเลยทราบนั้นเป็นอุทธรณ์ที่ไม่เข้าเหตุหนึ่งเหตุใดตามข้อยกเว้นดังกล่าวซึ่งจำเลยจะมีสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษา สำหรับสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ ๑. ซึ่งระบุว่าจำเลยยอมชำระเงินให้โจทก์ตามฟ้องภายในกำหนด ๑ ปี นับแต่วันทำยอมนี้โดยมิได้ระบุจำนวนเงินตามฟ้องว่าเป็นเงินเท่าใดนั้น ไม่ใช่เป็นข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ส่วนจำเลยจะต้องชำระเงินให้แก่โจทก์เป็นจำนวนเท่าใดนั้น เมื่อมีข้อโต้เถียงกันขึ้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดี ไม่ใช่เหตุซึ่งจะมาขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความหรือคำพิพากษา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 214/2529 องค์การเหมืองแร่ โจทก์ นายธวัช เลิศชวนะกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - องค์การเหมืองแร่ · จำเลย - นายธวัช เลิศชวนะกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร สุมิระ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 3996/2541ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5086/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 2572/2541ฎีกา 2093/2532ฎีกา 5712/2541ฎีกา 1591/2495ฎีกา 15617/2558ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 3053/2527ฎีกา 7339/2540ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2403-2430/2543ฎีกา 3222/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา