คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2294/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับเวลาทำงานเพื่อคำนวณสิทธิรับเงินบำเหน็จตามข้อบังคับองค์การคลังสินค้าฯ พ.ศ. 2528 ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่เข้าทำงานจนถึงวันที่ได้รับอนุญาตให้ลาออก โดยต้องทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีบริบูรณ์.
ย่อคำพิพากษา
ข้อบังคับองค์การคลังสินค้าว่าด้วยกองทุนบำเหน็จพนักงาน พ.ศ. 2528 ข้อ 9 วรรค 2 ประกอบกับข้อ 11 ระบุกรณีที่พนักงานจะได้รับเงินบำเหน็จเมื่อลาออกโดยได้รับอนุญาตว่าต้องทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีบริบูรณ์ และการนับเวลาทำงานสำหรับคำนวณบำเหน็จนั้น. ให้นับตั้งแต่วันที่พนักงานเข้าประจำทำงานจนถึงวันสุดท้ายที่พ้นจากตำแหน่งหน้าที่หักด้วยระยะเวลาที่ผู้นั้นลา ดังนั้น เกณฑ์คำนวณนับเวลาทำงานของโจทก์จึงต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่โจทก์เริ่มเข้าทำงานกับจำเลยจนถึงวันที่โจทก์ได้รับอนุญาตจากจำเลยให้ลาอก ซึ่งคำนวณแล้วไม่ถึงห้าปีบริบูรณ์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิรับเงินบำเหน็จ ส่วนหลักเกณฑ์ในข้อ 14 นั้น เป็นการกำหนดเพื่อคำนวณบำเหน็จที่จะจ่ายให้แก่พนักงานเมื่อพนักงานนั้นมีสิทธิที่จะได้รับบำเหน็จแล้ว โดยคำนวณการจ่ายตามจำนวนปีที่โจทก์ทำงาน อนุโลมให้ถือเอาจำนวนเดือนที่ถึง 6 เดือนในเศษของปีสุดท้ายนับเป็น 1 ปี มาคูณกับอัตราเงินเดือนเดือนสุดท้ายได้ จะนำมาเป็นเกณฑ์คำนวณนับเวลาทำงานของโจทก์ที่จะมีสิทธิรับเงินบำเหน็จหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.68 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.10 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.11
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๓ จำเลยจ้างโจทก์เป็นพนักงาน ต่อมาโจทก์ลาออกจากงาน และจำเลยมีคำสั่งอนุญาตเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๘ โจทก์มีระยะเวลาปฏิบัติงาน ๔ ปี ๗ เดือน๑๙ วัน จำเลยมีข้อบังคับว่าด้วยกองทุนบำเหน็จพนักงาน พ.ศ. ๒๕๒๘ ถือว่าโจทก์มีระยะเวลาปฏิบัติงาน ๕ ปี มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินบำเหน็จพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น
จำเลยให้การว่า โจทก์ทำงานยังไม่ครบ ๕ ปี จึงไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จ
ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ตามข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จพนักงาน กำหนดการคำนวณระยะเวลาปฏิบัติงานไว้ว่าต้องทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีบริบูรณ์ โจทก์ทำงานมายังไม่ครบห้าปีบริบูรณ์ จึงไม่มีสิทธิรับเงินบำเหน็จ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์ปฏิบัติงานกับจำเลยรวมได้ ๔ ปี ๗ เดือน ๑๙ วัน ปัญหามีว่าระยะเวลาดังกล่าวจะถือว่าโจทก์มีระยะเวลาปฏิบัติงานครบ ๕ ปี ตามข้อบังคับของจำเลยซึ่งจะทำให้โจทก์มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จหรือไม่ เห็นว่า ข้อบังคับองค์การคลังสินค้าว่าด้วยกองทุนบำเหน็จพนักงาน พ.ศ. ๒๕๒๘ ข้อ ๙ วรรค ๒ ประกอบกับข้อ ๑๑ ระบุกรณีที่พนักงานจะได้รับเงินบำเหน็จเมื่อลาออกโดยได้รับอนุญาตว่าต้องทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีบริบูรณ์ และการนับเวลาทำงานสำหรับคำนวณบำเหน็จนั้นให้นับตั้งแต่วันที่พนักงานเข้าประจำทำงานในองค์การคลังสินค้าจนถึงวันสุดท้ายที่พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ในองค์การคลังสินค้า หักด้วยระยะเวลาที่ผู้นั้นลา ดังนั้น ตามเกณฑ์คำนวณนับเวลาทำงานของโจทก์ตามข้อบังคับดังกล่าวจึงต้องเริ่มตั้งแต่วันที่โจทก์เริ่มเข้าทำงานกับจำเลยจนถึงวันที่โจทก์ได้รับอนุญาตจากจำเลยให้ลาออกซึ่งคำนวณนับเวลาทำงานของโจทก์ไม่ถึงห้าปีบริบูรณ์ ข้อที่โจทก์อุทธรณ์ว่าการที่จะพิพากษาว่าโจทก์จะมีระยะเวลาปฏิบัติงานเท่าใด ต้องคำนวณตามหลักเกณฑ์ข้อ ๑๔ ที่กำหนดว่า 'การคำนวณบำเหน็จนั้นให้ตั้งอัตราเงินเดือนสุดท้ายคูณด้วยจำนวนปีของการทำงานโดยนับ ๑๒ เดือน เป็น ๑ ปี เศษของปีถ้าถึง ๖ เดือน ให้นับเป็น๑ ปีฯลฯ' นั้น เห็นว่า ข้อกำหนดดังกล่าวเป็นการกำหนดเพื่อคำนวณบำเหน็จที่จะจ่ายให้แก่พนักงานเมื่อพนักงานนั้นมีสิทธิที่จะได้รับบำเหน็จแล้ว หาใช่เป็นเกณฑ์คำนวณนับเวลาทำงานของโจทก์ที่จะมีสิทธิรับเงินบำเหน็จไม่โจทก์จึงไม่มีสิทธิรับเงินบำเหน็จ คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๔๑๐/๒๕๒๗ ที่โจทก์อ้างมาข้อเท็จจริงตามข้อบังคับของจำเลยไม่ตรงกับปัญหาในคดีนี้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2294/2529
นางวัลยา เราะห์มานีย์ โจทก์
องค์การคลังสินค้า จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางวัลยา เราะห์มานีย์ · จำเลย - องค์การคลังสินค้า |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุพจน์ นาถะพินธุ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายวินัย วิมลเศรษฐ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา