⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3775-3776/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3775-3776/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดวินัยที่ปรากฏชัดแจ้ง ผู้บังคับบัญชามีอำนาจสั่งลงโทษได้โดยไม่ต้องตั้งกรรมการสอบสวน และอำนาจดังกล่าวเป็นอำนาจเด็ดขาดที่ไม่มีผลถูกลบล้างได้ แม้การสอบสวนจะไม่เป็นไปตามข้อตกลงบางประการ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ให้การรับสารภาพต่อผู้บังคับบัญชาว่าทุจริตต่อหน้าที่เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงอันเป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ตามข้อบังคับของจำเลยผู้ว่าการมีอำนาจพิจารณาสั่งลงโทษไล่ออกหรือให้ออกได้โดยไม่ต้องตั้งกรรมการสอบสวนอำนาจนี้เป็นอำนาจที่สมบูรณ์ของผู้ว่าการจำเลย แม้จำเลยจะตั้งกรรมการขึ้นสอบสวนโดยไม่มีผู้แทนของสหภาพแรงงานเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วยตามข้อตกลงระหว่างสหภาพแรงงานกับจำเลย ก็ไม่มีผลลบล้างอำนาจที่สมบูรณ์สิทธิขาดนั้นเสียได้ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.68 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองสำนวนเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยสำนักงานประปาสงขลา และเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานการประปาส่วนภูมิภาค จำเลยให้โจทก์ทั้งสองออกจากงานโดยอ้างว่าโจทก์ย้ายมาตรวัดน้ำโดยไม่มีอำนาจ เรียกรับเงินค่าย้ายและค่าติดตั้งเป็นประโยชน์ส่วนตัว ยักยอกมาตรวัดน้ำ ท่ออุปกรณ์ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ ผิดวินัยและข้อบังคับของจำเลยอย่างร้ายแรง ซึ่งไม่เป็นความจริง การสอบสวนโจทก์ไม่ชอบเพราะจำเลยมิได้แต่งตั้งผู้แทนสหภาพแรงงานเข้าร่วมเป็นกรรมการสอบสวนด้วยตามข้อบังคับและข้อตกลงระหว่างจำเลยกับสหภาพแรงงาน จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยยกเลิกคำสั่งเลิกจ้างและให้รับโจทก์ทั้งสองกลับเข้าทำงานตามเดิม ให้จ่ายค่าจ้างตั้งแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันที่รับกลับเข้าทำงานพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสองกระทำผิดตามฟ้อง และได้รับสารภาพต่อผู้บังคับบัญชาและคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ตามข้อบังคับของจำเลยข้อ ๔๑ ถือเป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง จำเลยจึงไล่ออกได้โดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามข้อบังคับข้อ ๓๙ และไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสองได้ให้การรับสารภาพผิดต่อผู้บังคับบัญชาจริงตามที่จำเลยให้การไว้ การกระทำของโจทก์ทั้งสอง เป็นการทุจริตต่อหน้าที่อันเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงควรที่จะต้องโทษถึงขั้นไล่ออกตามข้อบังคับฯ ของจำเลย ข้อ ๓๗(๓) เมื่อเป็นการทุจริตต่อหน้าที่การงาน และโจทก์ทั้งสองให้ถ้อยคำรับสารภาพต่อผู้บังคับบัญชา กรณีจึงต้องด้วยข้อบังคับฯ ดังกล่าวข้อ ๔๑(๓)เป็นการกระทำผิดวินัยอันเป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ผู้ว่าการของจำเลยมีอำนาจพิจารณาสั่งลงโทษไล่ออกหรือให้ออกได้โดยไม่ตั้งกรรมการสอบสวน ศาลฎีกาเห็นว่าอำนาจตามข้อบังคับฯ ข้อ ๔๑ เป็นอำนาจที่สมบูรณ์ของผู้ว่าการจำเลย ไม่มีข้อบังคับข้อใดจะลบล้างอำนาจที่สมบูรณ์สิทธิขาดนั้นเสียได้ แม้ไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนโจทก์ทั้งสองประการใดเลย ผู้ว่าการของจำเลยย่อมมีอำนาจลงโทษโจทก์ทั้งสองได้โดยลำพังอยู่แล้ว การตั้งกรรมการสอบสวนโดยไม่มีผู้แทนของสหภาพแรงงานเข้าร่วมเป็นกรรมการสอบสวนด้วย ไม่มีผลลบล้างอำนาจที่สมบูรณ์สิทธิขาดนั้นเสียได้ เหตุนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าการเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองจึงไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3775 - 3776/2529 นายสมชาย กาญจนะ กับพวก โจทก์ การประปาส่วนภูมิภาค จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมชาย กาญจนะ กับพวก · จำเลย - การประปาส่วนภูมิภาค
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จุนท์ จันทรวงศ์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จำนง นิยมวิภาต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวินัย วิมลเศรษฐ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 995/2529ฎีกา 5609/2542ฎีกา 12194-12198/2553ฎีกา 359/2541ฎีกา 2652/2523ฎีกา 3116/2529ฎีกา 4091/2549ฎีกา 2459/2525ฎีกา 4533/2549ฎีกา 3801/2531ฎีกา 6877/2544ฎีกา 7083/2548ฎีกา 2222/2560ฎีกา 2133/2531ฎีกา 5396/2540ฎีกา 4812/2550ฎีกา 3355/2535ฎีกา 1221/2549ฎีกา 897/2547ฎีกา 258/2545ฎีกา 255/2531ฎีกา 7044/2537ฎีกา 8335/2560ฎีกา 859/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา