⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 12194-12198/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12194-12198/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายอย่างร้ายแรง ถือเป็นเหตุอันสมควรที่นายจ้างสามารถเลิกจ้างลูกจ้างได้

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ได้รับคำสั่งให้ทำงานล่วงเวลา เมื่อทำงานล่วงเวลาเสร็จแต่มิได้ตอกบัตรเพื่อลงเวลาเลิกงานด้วยตนเอง ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย เรื่อง การตอกบัตรแทนกัน หากฝ่าฝืน จำเลยจะลงโทษสูงสุดโดยการปลดจากการเป็นพนักงานทันที ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเกี่ยวกับการตอกบัตรเวลาทำงานนอกจากจะเป็นหลักฐานแสดงถึงระยะเวลาที่ลูกจ้างของจำเลยแต่ละคนปฏิบัติงานในแต่ละวันแล้ว ยังเป็นหลักฐานในการเบิกจ่ายค่าจ้างและค่าทำงานล่วงเวลาในกรณีที่มีการทำงานล่วงเวลาซึ่งจำเลยได้ประกาศเตือนลูกจ้างแล้ว หากมีการทุจริตเกี่ยวกับการตอกบัตรเวลาจำเลยจะเลิกจ้างทันที ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและการตอกบัตรเวลาทำงานมีความสำคัญที่จำเลยยึดถือเป็นหลักปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อให้การปกครองและระเบียบการทำงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะจำเลยที่มีลูกจ้างจำนวนมาก แม้โจทก์ยังมิได้เบิกค่าล่วงเวลา แต่การกระทำของโจทก์ดังกล่าวส่อไปในทางทุจริต และถือได้ว่าการกระทำของโจทก์ดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายอย่างร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้และถือเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุผลและเป็นธรรม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งห้าสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันกับคดีหมายเลขแดงที่ 5352/2550 โดยให้เรียกโจทก์ทั้งห้าสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 6 และโจทก์คดีหมายเลขแดงที่ 5352/2552 ว่าโจทก์ที่ 5 และเรียกจำเลยทั้งหกสำนวนว่า จำเลย สำหรับโจทก์ที่ 5 คู่ความไม่อุทธรณ์จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง คงขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 โจทก์ทั้งหกสำนวนฟ้องจำเลย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ทั้งหกตามคำขอท้ายฟ้องแต่ละสำนวน จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 15,540 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี และจ่ายค่าชดเชยจำนวน 23,310 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 4 พฤษภาคม 2549) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 5 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก และให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 โจทก์ที่ 4 ถึงที่ 4 และที่ 6 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 ได้รับคำสั่งให้ทำงานล่วงเวลาเมื่อทำงานล่วงเวลาเสร็จเวลาประมาณ 21 นาฬิกา โจทก์ดังกล่าวมิได้ตอกบัตรเพื่อลงเวลาเลิกงานจากนั้นพากันออกไปจากบริเวณที่ทำงานและไม่กลับมาที่ทำงานอีก ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยเรื่อง การตอกบัตรแทนกัน หากฝ่าฝืน จำเลยจะลงโทษสูงสุดโดยการปลดจากการเป็นพนักงานทันที ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยที่เกี่ยวกับการตอกบัตรเวลาทำงาน ตามประกาศและข้อบังคับ นอกจากจะเป็นหลักฐานแสดงถึงระยะเวลาที่ลูกจ้างของจำเลยแต่ละคนปฏิบัติงานในแต่ละวัน ยังเป็นหลักฐานในการเบิกจ่ายค่าจ้าง และค่าทำงานล่วงเวลาในกรณีที่มีการทำงานล่วงเวลาซึ่งจำเลยได้ประกาศเตือนลูกจ้างแล้ว หากมีการทุจริตเกี่ยวกับการตอกบัตรเวลาจำเลยจะเลิกจ้างทันที ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและการตอกบัตรเวลาทำงานมีความสำคัญที่จำเลยยึดถือเป็นหลักปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อให้การปกครองและระเบียบการทำงานเป็นนไปด้วยความเรียบร้อยและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะจำเลยมีลูกจ้างจำนวนมาก หากไม่เคร่งครัดในเรื่องการตอกบัตรลงเวลาทำงานของลูกจ้างย่อมจะเกิดความยุ่งยากในการปกครองและก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยอย่างมากมายในกรณีมีการเบิกค่าจ้างและค่าล่วงเวลาเกินความเป็นจริงทำให้จำเลยต้องจ่ายเงินให้ลูกจ้างจำนวนมากโดยไม่ได้รับประโยชน์ตอบแทนจากการทำงานอาจเป็นผลกระทบกระเทือนฐานะของจำเลยได้ แม้โจทก์ดังกล่าวจะยังมิได้เบิกค่าล่วงเวลาเพราะถูกเลิกจ้างในวันที่ 31 มีนาคม 2549 ก็ตาม แต่การกระทำของโจทก์ดังกล่าวส่อไปในทางทุจริตและถือได้ว่า การกระทำของโจทก์ดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายอย่างร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 ได้ และถือเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุผลและเป็นธรรม พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12194 - 12198/2553 นายไพรินทร์ ชื่นไสว กับพวก โจทก์ บริษัทบางนา ซี.ดี. จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไพรินทร์ ชื่นไสว กับพวก · จำเลย - บริษัทบางนา ซี.ดี. จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรุฬห์ แสงเทียน · ดิเรก อิงคนินันท์ · ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสุรศักดิ์ กาญจนวิทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร75-78/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 995/2529ฎีกา 5609/2542ฎีกา 359/2541ฎีกา 2652/2523ฎีกา 3116/2529ฎีกา 4091/2549ฎีกา 2459/2525ฎีกา 4533/2549ฎีกา 3801/2531ฎีกา 6877/2544ฎีกา 7083/2548ฎีกา 2222/2560ฎีกา 2133/2531ฎีกา 5396/2540ฎีกา 4812/2550ฎีกา 3355/2535ฎีกา 1221/2549ฎีกา 897/2547ฎีกา 258/2545ฎีกา 255/2531ฎีกา 7044/2537ฎีกา 8335/2560ฎีกา 859/2527ฎีกา 276/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา