⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2325-2326/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2325-2326/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่นายจ้างเรียกเก็บจากลูกจ้างเพื่อประกันความเสียหายจากการทำงานไม่ครบกำหนดเวลาตามสัญญา ถือเป็นเบี้ยปรับที่นายจ้างมีสิทธิริบได้ทั้งหมดหากลูกจ้างผิดสัญญาโดยไม่มีข้อโต้แย้งว่าจำนวนเบี้ยปรับสูงเกินส่วน

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจ้างแรงงานกำหนดให้โจทก์วางเงินประกันการทำงานไว้ต่อจำเลยผู้เป็นนายจ้างและกำหนดเงื่อนไขในการที่โจทก์จะได้เงินดังกล่าวคืนเมื่อลาออกจากงานว่า โจทก์ได้ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีโดยแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยกว่า 1 เดือน เงินดังกล่าวจึงเป็นเงินที่ประกันความเสียหายเนื่องจากการทำงานไม่ครบกำหนดสองปีตามข้อตกลง และมิได้บอกกล่าวล่วงหน้าตามเงื่อนไขข้อบังคับของจำเลย มิใช่เป็นเงินประกันค่าเสียหายเนื่องจากการทำงานของโจทก์ขณะที่โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย แต่ถือได้ว่าเป็นเบี้ยปรับในกรณีผิดข้อตกลงหรือผิดสัญญาเมื่อโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยไม่ถึงสองปี และได้ลาออกโดยมิได้แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยกว่า 1 เดือน อันเป็นการผิดข้อตกลงและเงื่อนไขเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงาน จำเลยย่อมได้รับความเสียหาย และกรณีไม่มีข้อโต้แย้งว่าเป็นจำนวนค่าเสียหายที่สูงเกินส่วน จำเลยจึงมีสิทธิริบเงินประกันได้ทั้งหมด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.379 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.5 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.10

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า เมื่อโจทก์ทั้งสองเริ่มเข้าทำงาน จำเลยได้เรียกเก็บเงินจากโจทก์ทั้งสองคนละ ๓,๕๐๐ บาท เพื่อเป็นประกันความเสียหายในการทำงาน ต่อมาโจทก์ทั้งสองได้ลาออกจากงาน โดยมิได้ทำความเสียหายให้แก่จำเลยแต่จำเลยไม่ยอมคืนเงินประกัน ขอให้พิพากษาบังคับให้จำเลยคืนเงินประกันให้แก่โจทก์ทั้งสองคนละ ๓,๕๐๐ บาท จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า ในการเข้าทำงานเป็นลูกจ้างนั้นโจทก์ทั้งสองกับจำเลยมีเงื่อนไขและข้อตกลงกันว่า โจทก์ทั้งสองจะต้องวางเงินประกันการทำงานเป็นจำนวนเท่ากับเงินเดือนเดือนแรก และจำเลยจะคืนเงินจำนวนนี้เมื่อโจทก์ลาออก และได้ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี โดยบอกกล่าวการลาออกและได้รับอนุมัติตามเงื่อนไขข้อบังคับของจำเลยเหตุที่ต้องให้โจทก์ทั้งสองวางเงินประกันเนื่องจากจำเลยจะต้องมีการฝึกอบรมพนักงานของจำเลยเพื่อให้ใช้สินค้าต่างๆ ที่จะขายหรือบริการให้แก่ลูกค้า ซึ่งเป็นสินค้าที่มีเทคโนโลยีชั้นสูง หากโจทก์ทั้งสองทำงานไม่ครบตามข้อตกลงจะเป็นภาระให้จำเลยต้องหาพนักงานใหม่เพื่อทำการฝึกเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยได้ โจทก์ทั้งสองทำงานกับจำเลยยังไม่ครบสองปีตามข้อตกลง และการลาออกของโจทก์ทั้งสองก็ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับและประกาศของจำเลย จำเลยไม่ต้องคืนเงินประกันให้โจทก์ทั้งสอง ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลาง พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสองคนละ ๓,๕๐๐ บาท จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าจำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์ทั้งสองสมัครทำงานกับจำเลยโดยมีเงื่อนไขและข้อตกลงว่า 'พนักงานใหม่จะต้องมีบุคคลค้ำประกันและต้องวางเงินค้ำประกันการทำงานเป็นเงินสดเป็นจำนวนเท่ากับเงินเดือนเดือนแรกที่ได้รับจากบริษัท และบริษัทจะคืนเงินจำนวนนี้เมื่อพนักงานลาออกและได้ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี โดยบอกกล่าวการลาออกและได้อนุมัติตามเงื่อนไขข้อบังคับของบริษัท' ซึ่งปรากฏหลักฐานตามใบสมัครงานของโจทก์ทั้งสอง (เอกสารหมายล.๑, ล.๓) ข้อตกลงหรือเงื่อนไขดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลย และตามข้อบังคับของบริษัท (เอกสารหมาย ล.๕) ข้อ ๑๓ วรรคสอง กำหนดว่า 'บริษัทสงวนสิทธิที่จะไม่คืนเงินค้ำประกันการทำงานถ้าพนักงานผู้นั้นลาออกโดยไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย ๑ เดือน และทำงานอยู่กับบริษัทน้อยกว่าสองปี' เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองทำงานกับจำเลยไม่ครบสองปี และมิได้บอกกล่าวการลาออกให้จำเลยทราบล่วงหน้าอย่างน้อย ๑ เดือน โจทก์ทั้งสองจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาจ้าง และผิดข้อตกลงแห่งสภาพการจ้าง จำเลยจึงไม่ต้องคืนเงินค้ำประกันให้โจทก์ทั้งสอง ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ข้อตกลงและเงื่อนไขระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลย ซึ่งปรากฏหลักฐานตามใบสมัครงานของโจทก์ทั้งสอง ตามเอกสารหมาย ล.๑, ล.๓ และข้อบังคับของจำเลยตามเอกสารหมาย ล.๕ ที่ให้โจทก์ทั้งสองวางเงินประกันการทำงานไว้ต่อจำเลยและกำหนดเงื่อนไขในการที่โจทก์ทั้งสองจะได้เงินดังกล่าวคืนเมื่อลาออกจากงานว่า โจทก์ทั้งสองได้ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี โดยแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยกว่า ๑ เดือนนั้น เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลย เงินประกันที่โจทก์ทั้งสองวางไว้ต่อจำเลยนั้นเป็นเงินประกันความเสียหายเนื่องจากการที่โจทก์ทั้งสองทำงานไม่ครบกำหนดสองปีตามข้อตกลง และมิได้บอกกล่าวการลาออกล่วงหน้าตามเงื่อนไขข้อบังคับของจำเลย มิใช่เป็นเงินประกันค่าเสียหายเนื่องจากการทำงานของโจทก์ทั้งสองขณะที่โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างของจำเลย แต่เงินดังกล่าวถือได้ว่าเป็นเบี้ยปรับในกรณีผิดข้อตกลงหรือผิดสัญญาเป็นการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้า เมื่อโจทก์ทั้งสองทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยไม่ถึงสองปี และได้ลาออกโดยมิได้แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยกว่า ๑ เดือน อันเป็นการผิดข้อตกลงและเงื่อนไขเกี่ยวกับสัญญาจ้างแรงงาน จำเลยย่อมได้รับความเสียหายแล้ว และกรณีไม่มีข้อโต้แย้งว่าเป็นจำนวนค่าเสียหายที่สูงเกินส่วน จำเลยจึงมีสิทธิรับเงินประกันได้ทั้งหมด พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2325 - 2326/2531 นายไพโรจน์ เตชะบัญญัติ กับพวก โจทก์ บริษัทเอฟ เอ็ม เอ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไพโรจน์ เตชะบัญญัติ กับพวก · จำเลย - บริษัทเอฟ เอ็ม เอ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิรัตน์ ลัทธิวงศกร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1306/2557ฎีกา 1962/2548ฎีกา 6236/2551ฎีกา 2773/2524ฎีกา 5889/2530ฎีกา 2437/2525ฎีกา 2571/2529ฎีกา 1345/2532ฎีกา 458/2535ฎีกา 58/2530ฎีกา 591/2531ฎีกา 4244/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 8688/2551ฎีกา 5470/2537ฎีกา 4623/2540ฎีกา 3414/2541ฎีกา 3616/2558ฎีกา 9395-9492/2550ฎีกา 1008/2548ฎีกา 4194/2536ฎีกา 4777/2549ฎีกา 2385/2523ฎีกา 2139/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา