⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2314/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2314/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด. เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดแล้ว ไม่จำต้องยกกฎหมายบทอื่นที่มีโทษเบากว่ามาปรับบทลงโทษอีก.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายแล้วดูหมิ่นผู้เสียหายในทันทีทันใดนั้น เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกัน โดยมีเจตนาอันแท้จริงเพื่อดูหมิ่นผู้เสียหายเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว. เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลย สำหรับความผิดฐานบุกรุก เมื่อศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 แล้ว ก็ไม่จำต้องยกมาตรา 362, 364 ขึ้นปรับบทลงโทษอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.364 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365 ประมวลกฎหมายอาญา ม.393

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๒๗ เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ (ก) จำเลยได้บุกรุกเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยของนายหละ หนองสิงห์ ผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันสมควร อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุข (ข) จำเลยได้ดูหมิ่นผู้เสียหายซึ่งหน้าขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๔, ๓๖๕, ๓๙๓, ๙๑ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๔, ๓๖๕, ๓๙๓, ๙๑ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ ซึ่งเป็นบทหนักตามมาตรา ๙๐ จำคุก ๑ ปี ปรับ ๒,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพ และไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อนมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๖ เดือนปรับ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลอุทธรณ์ พิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายแล้วดูหมิ่นผู้เสียหายในทันทีทันใด อันเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกัน โดยมีเจตนาอันแท้จริงเพื่อดูหมิ่นผู้เสียหาย ย่อมถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวแต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ซึ่งบัญญัติให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลย แม้โจทก์จะแยกบรรยายการกระทำผิดของจำเลยมาในฟ้องเป็นข้อ ก. และข้อ ข. เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน และจำเลยได้ให้การรับสารภาพก็ตามศาลจะลงโทษจำเลยหลายกรรมเป็นกระทงความผิดไม่ได้ สำหรับความผิดฐานบุกรุกที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๔, ๓๖๕ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๓๖๕ แล้ว ก็ไม่จำต้องยกมาตรา ๓๖๒, ๓๖๔ ขึ้นปรับบทลงโทษอีก พิพากษาแก้ในส่วนที่เกี่ยวกับความผิดฐานบุกรุกเป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2314/2529 พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ นายลวน หนองสม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ · จำเลย - นายลวน หนองสม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พลจิตต์ ดียืน · ประการ กาญจนศูนย์ · ประพันธ์ ผลฉาย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดแพร่ - นายธวัช สุทธิสมบูรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายศุภนิติ กิจวรวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7958/2555ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1398/2506ฎีกา 1250/2520ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1105/2519ฎีกา 435/2535ฎีกา 7194/2539ฎีกา 3310/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา