⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2351/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2351/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของที่ดินอนุญาตให้ผู้อื่นเข้าอยู่อาศัยในที่ดินนั้น ถือเป็นการให้สิทธิอาศัย ไม่ใช่การให้เช่า การที่ผู้อยู่อาศัยแสดงเจตนาครอบครองที่ดินเพื่อตนเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่ดิน ถือเป็นการกระทำละเมิดสิทธิครอบครองของเจ้าของที่ดิน ซึ่งเจ้าของที่ดินมีสิทธิฟ้องร้องเอาคืนซึ่งสิทธิการครอบครองภายในกำหนด 1 ปีนับแต่วันที่ทราบการละเมิด

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เดิมที่พิพาทเป็นของ ป. บิดาโจทก์ ซึ่งให้จำเลยเข้าอยู่อาศัย ต่อมา ป. ถึงแก่กรรม ที่พิพาทตกเป็นของโจทก์ โจทก์ได้อนุญาตให้จำเลยอาศัยอยู่ต่อมา ต่อมาโจทก์จะขายที่พิพาทจึงไม่อนุญาตให้จำเลยอาศัยอยู่ต่อไปจำเลยไม่ยอมออก ฟ้องโจทก์จึงแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา ไม่เคลือบคลุม คดีเดิมโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่พิพาทและที่ดินอีกแปลงหนึ่งศาลสั่งให้โจทก์แยกฟ้องสำหรับที่พิพาทเป็นคดีใหม่ โจทก์จึงได้ฟ้องเป็นคดีใหม่ตามคำสั่งศาล จึงไม่เป็นฟ้องซ้อน จำเลยเช่าที่พิพาทจากโจทก์ จึงเป็นเพียงผู้ยึดถือครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ หามีสิทธิครอบครองในที่พิพาทไม่ ที่จำเลยไปยื่นคำร้องขอรังวัดออกโฉนดที่พิพาท โจทก์ได้โต้แย้งคัดค้าน จำเลยก็ถอนคำร้อง โดยไม่ได้ความว่าเพื่อให้โจทก์ไปฟ้องร้องต่อไป ทั้งได้ความอีกว่าจำเลยได้ไปขอโทษโจทก์เกี่ยวกับเรื่องที่จำเลยไปขอรังวัดออกโฉนด จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้แสดงเจตนาต่อโจทก์ที่จะครอบครองที่พิพาทเพื่อตนเองต่อไป โจทก์จึงไม่ต้องฟ้องเอาคืนซึ่งสิทธิการครอบครองภายในกำหนด 1 ปี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับมรดกที่ดินมาจากบิดา และได้อนุญาตให้จำเลยอยู่อาศัยในที่ดินดังกล่าวต่อมา เมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๒๓ โจทก์จะขายที่ดินจึงไม่อนุญาตให้จำเลยอยู่อาศัยต่อไป จำเลยทราบตามหนังสือบอกกล่าวแล้วแต่ไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากที่ดิน เดิมคดีนี้โจทก์ฟ้องรวมอยู่ในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๓๒๒/๒๕๒๓ ของศาลจังหวัดสมุทรสาครแต่ศาลมีคำสั่งให้แยกฟ้อง โจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ขอให้ขับไล่ จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยมิได้อาศัยสิทธิของโจทก์อยู่ในที่ดินแต่บิดาโจทก์ได้ขายที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยแล้ว จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทโดยชอบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลา ๒๐ ปีแล้ว จึงได้สิทธิครอบครอง คดีโจทก์ขาดอายุความ โจทก์ฟ้องคดีนี้ระหว่างที่คดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๓๒๒/๒๕๒๓ ยังไม่ถึงที่สุด ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้อน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปจากที่พิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้โดยชัดแจ้งว่าเดิมที่พิพาทเป็นของนายประชุม ชัยโตษะ บิดาโจทก์ทั้งสอง นายประชุมได้ให้จำเลยเข้าอยู่อาศัยในที่พิพาท ต่อมานายประชุมถึงแก่กรรม ที่พิพาทตกเป็นของโจทก์ทั้งสอง โจทก์ได้อนุญาตให้จำเลยอาศัยอยู่ต่อมา เมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๒๓ โจทก์จะขายที่พิพาทได้บอกกล่าวไม่อนุญาตให้จำเลยอยู่อาศัยต่อไปจำเลยทราบแล้วไม่ยอมออกจากที่พิพาท ฟ้องโจทก์จึงแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา จำเลยให้การต่อสู้ว่าไม่เคยอาศัยผู้ใดอยู่ในที่พิพาท นายประชุมขายที่พิพาทให้จำเลยแล้ว แสดงว่าจำเลยเข้าใจฟ้องของโจทก์ได้ดี ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ปัญหาว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้อนกับคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๓๒๒/๒๕๒๓ หรือไม่ เห็นว่า คดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๓๒๒/๒๕๒๓ โจทก์ทั้งสองฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่พิพาทในคดีนี้และที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๑๒๒ ศาลได้สั่งให้โจทก์แยกฟ้องสำหรับที่พิพาทเป็นคดีใหม่ โจทก์ทั้งสองจึงได้ฟ้องเป็นคดีนี้ตามคำสั่งศาล จึงไม่เป็นฟ้องซ้อน ปัญหาต่อไปว่า โจทก์หมดสิทธิฟ้องเรียกคืนการครอบครองแล้วหรือไม่ เมื่อจำเลยเป็นผู้เช่าที่พิพาทจากโจทก์ จำเลยจึงเป็นเพียงผู้ยึดถือครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์เท่านั้น หามีสิทธิครอบครองในที่พิพาทไม่ การที่จำเลยไปยื่นคำร้องขอรังวัดออกโฉนดที่พิพาท โจทก์ที่ ๒ โต้แย้งคัดค้าน จำเลยก็ถอนคำร้องดังกล่าวการขอถอนก็มิได้ความว่าเพื่อให้โจทก์ที่ ๒ ไปฟ้องร้องต่อไป กลับได้ความว่าจำเลยได้ไปขอโทษโจทก์ที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องที่จำเลยไปขอรังวัดออกโฉนด จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้แสดงเจตนาต่อโจทก์ที่จะครอบครองที่พิพาทเพื่อตนเองต่อไป โจทก์จึงไม่จำต้องฟ้องเอาคืนซึ่งสิทธิการครอบครองภายในกำหนด ๑ ปี พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2351/2529 นายธิรพงษ์ ชัยโตษะ กับพวก โจทก์ นายพีระศักดิ์ ศิริพิสิฐศักดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายธิรพงษ์ ชัยโตษะ กับพวก · จำเลย - นายพีระศักดิ์ ศิริพิสิฐศักดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อภินย์ ปุษปาคม · พิชัย วุฒิจำนงค์ · ยรรยง อิทธิพงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายสมคิด ไตรโสรัส · ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย เปล่งวิทยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1263/2518ฎีกา 3329/2526ฎีกา 2074/2529ฎีกา 243/2497ฎีกา 2958/2538ฎีกา 691/2491ฎีกา 418-419/2518ฎีกา 3099/2529ฎีกา 13043/2557ฎีกา 8099/2559ฎีกา 1712/2539ฎีกา 1962/2548ฎีกา 977/2543ฎีกา 2649-2660/2530ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 142/2492ฎีกา 767/2518ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา