⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2402/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2402/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเอาทรัพย์ไปจากความครอบครองของผู้เสียหายโดยมีเจตนาทุจริต ถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ แม้ทรัพย์นั้นจะตกหล่นจากผู้เสียหายไปไม่นานและผู้เสียหายยังอยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ในวันเกิดเหตุผู้เสียหายทำธนบัตรของกลางตกที่หน้าแผงลอยของนางสาว พ. ขณะที่ล้วงกระเป๋าหยิบเงินมาชำระค่าปลาหมึกให้แก่นางสาว พ. จำเลยที่ 1 มาพบก้มลงหยิบธนบัตรดังกล่าวไปหลังจากที่จำเลยที่ 1 เดินจากไปแล้ว ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าธนบัตรของกลางหายไป สอบถามนางสาว พ. ได้ความว่า จำเลยที่ 1 เก็บเอาไป ดังนี้ การที่จำเลยที่ 1 เอาธนบัตรของกลางไปในขณะที่ผู้เสียหายยังยืนอยู่ในบริเวณที่ทำธนบัตรตก และในเวลาใกล้เคียงกันนั้นเอง ผู้เสียหายก็รู้ทันทีว่าธนบัตรของตนหายไป ถือได้ว่านับแต่เวลาที่ธนบัตรของกลางหล่นลงไปที่พื้น จนถึงเวลาที่จำเลยที่ 1 หยิบเอาไป ผู้เสียหายยังคงยึดถือธนบัตรนั้นอยู่ การครอบครองธนบัตรยังอยู่กับผู้เสียหาย เมื่อจำเลยที่ 1 เอาธนบัตรของกลางไปจากความครอบครองของผู้เสียหายเพื่อจะเอาไปเป็นของตนเอง จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันลักธนบัตรฉบับละ ๕๐๐ บาท ๑ ฉบับ ฉบับละ ๑๐๐ บาท ๓ ฉบับ ของพลตำรวจสำรองพิเศษสุริยา ศิริพันธะ ผู้เสียหายไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๓๔, ๓๓๕ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่๕) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๑๑ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้น พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ จำคุก ๑ ปี จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๗ วรรคหนึ่ง จำคุก ๘ เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ และพยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังลงโทษจำเลยที่ ๒ ฐานรับของโจร พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ วรรคสอง จำคุก ๓ เดือน ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในวันเกิดเหตุ ผู้เสียหายทำธนบัตรจำนวน ๘๐๐ บาท ตกที่หน้าแผงลอยของนางสาวพิศมัย ชอบเพชร ขณะที่ล้วงกระเป๋าหยิบเงินมาชำระให้แก่นางสาวพิศมัย จำเลยที่ ๑ มาพบก้มลงหยิบธนบัตรจำนวนดังกล่าวไป หลังจากที่จำเลยที่ ๑ เดินจากไปแล้ว ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าธนบัตรจำนวน ๘๐๐ บาทหายไป สอบถามนางสาวพิศมัยได้ความว่า จำเลยที่ ๑ เก็บเอาไป เห็นว่า จำเลยที่ ๑ เอาธนบัตรของกลางไปในขณะที่ผู้เสียหายยังยืนอยู่ในบริเวณที่ทำธนบัตรตก ในเวลาใกล้เคียงกันนั้น ผู้เสียหายก็รู้ทันทีว่าธนบัตรของตนหายไปและได้สอบถามนางสาวพิศมัยในขณะนั้น จึงถือได้ว่านับแต่เวลาที่ธนบัตรของกลางหล่นลงไปที่พื้น จนถึงเวลาที่จำเลยที่ ๑ หยิบเอาไป ผู้เสียหายยังคงยึดถือธนบัตรนั้นอยู่การครอบครองธนบัตรยังอยู่กับผู้เสียหาย เมื่อจำเลยที่ ๑ เอาธนบัตรของกลางไปจากการครอบครองของผู้เสียหายเพื่อจะเอาไปเป็นของตนเอง จำเลยที่ ๑ จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ ส่วนคดีเกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ นั้นข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ ได้รับธนบัตรของกลางไว้จากจำเลยที่ ๑ โดยรู้อยู่ว่าธนบัตรของกลางเป็นของที่จำเลยที่ ๑ เก็บได้ การที่จำเลยที่ ๒ ปกปิดซ่อนเร้นไว้จึงเป็นความผิดฐานรับของโจรแต่จำเลยทั้งสองรับสารภาพตามข้อหาในฟ้องโจทก์มาแต่ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนโดยจำเลยที่ ๑ ให้การมีข้อเท็จจริงเข้าลักษณะความผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยที่ ๒ ให้การมีข้อเท็จจริงเข้าลักษณะความผิดฐานรับของโจร มีประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษสมควรลดโทษให้แก่จำเลยทั้งสอง สำหรับจำเลยที่ ๒ นั้น เป็นหญิงอายุเพียง ๑๘ ปี และเป็นบุตรจำเลยที่ ๑ รับธนบัตรของกลางจากมารดาและถูกกำชับให้ปกปิดมิได้ให้ผู้ใดทราบเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อถูกสอบถามเกี่ยวกับธนบัตรของกลางในเวลากระชั้นชิดกับเวลาที่มารดานำมามอบให้ ย่อมไม่มีเวลาไตร่ตรองโดยรอบคอบ คงยึดถือคำสั่งมารดาเป็นที่ตั้ง ในภาวะเช่นนั้นเป็นที่น่าเห็นใจ ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ เคยต้องโทษหรือต้องหาคดีอาญาใด ๆ มาก่อน เห็นเป็นการสมควรที่จะให้โอกาสจำเลยที่ ๒ กลับตัวประพฤติตนเป็นพลเมืองดีต่อไปสักครั้ง พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดและให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อลดโทษให้จำเลยทั้งสองคนละ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๘ เดือนจำคุกจำเลยที่ ๒ ไว้ ๕ เดือน ๑๐ วัน แต่ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ ไว้ ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2402/2529 พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นางทองสา นาโค กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม · จำเลย - นางทองสา นาโค กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประการ กาญจนศูนย์ · ประพันธ์ ผลฉาย · พลจิตต์ ดียืน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายปกรณ์ สุวรรณพรหมา · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 709/2482ฎีกา 5616/2550ฎีกา 1147/2546ฎีกา 7100/2538ฎีกา 1057/2514ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 2975/2529ฎีกา 1140/2507ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 979/2501ฎีกา 3245/2545ฎีกา 18654/2555ฎีกา 337/2535ฎีกา 2845/2543ฎีกา 3595/2532ฎีกา 3811/2528ฎีกา 5090/2565ฎีกา 8552/2552ฎีกา 3613/2549ฎีกา 617/2536ฎีกา 1777/2554ฎีกา 22267/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา