⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2690/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2690/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้สิทธิทางศาลเพื่อบังคับคดีโดยสุจริตไม่เป็นการละเมิด แม้ภายหลังคำสั่งบังคับคดีถึงที่สุดแล้ว คู่ความต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลนั้น การไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลที่ถึงที่สุดแล้ว ถือเป็นการกระทำที่นอกเหนือจากการใช้สิทธิทางศาลและอาจเป็นการละเมิดได้

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดรถยนต์พิพาทเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาเป็นการใช้สิทธิทางศาล จะเป็นการกระทำละเมิดต่อเมื่อกระทำโดยไม่สุจริต มีเจตนากลั่นแกล้งให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ปรากฏว่าจำเลยมีสิทธิยึดหน่วงรถยนต์พิพาท จำเลยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์พิพาทโดยสุจริตมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยจึงหาได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ตั้งแต่วันที่นำยึดทรัพย์ไม่ แต่เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ถอนการยึดรถยนต์คันพิพาท คดีถึงที่สุดไปแล้ว จำเลยต้องปฏิบัติตามคำสั่งอันถึงที่สุดแล้วนั้น โดยต้องคืนรถยนต์พิพาทให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าของไม่มีสิทธิยึดหน่วงรถยนต์คันพิพาทไว้อีกต่อไป ดังนี้คำพิพากษาอันถึงที่สุดแล้วย่อมผูกพันจำเลยซึ่งเป็นคู่ความ จำเลยจะฎีกาโต้เถียงในคดีนี้ว่าตนยังมีสิทธิ์ยึดหน่วงอีกย่อมฟังไม่ขึ้น ทั้งการที่โจทก์ขอรับรถยนต์พิพาทคืนจากจำเลย ภายหลังศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ถอนการยึดแล้ว แต่จำเลยไม่คืนให้ มิใช่เป็นการใช้สิทธิทางศาลอีกต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.241 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.244 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.250 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.421

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า บริษัทเอมเพรสแทรเวิล เซอร์วิส จำกัด ได้เช่าซื้อรถยนต์คันพิพาทไปจากโจทก์แล้วผิดสัญญา ศาลมีคำพิพากษาให้บริษัทดังกล่าวคืนรถยนต์แก่โจทก์ ในชั้นบังคับคดี โจทก์ไปขอรถยนต์คันดังกล่าวคืนจากจำเลย จำเลยอ้างว่าบริษัทดังกล่าวนำรถไปซ่อมและค้างค่าซ่อมจึงไม่ยอมคืนให้โจทก์ ต่อมาวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๒๑ จำเลยนำเจ้าพนักงานศาลไปยึดรถยนต์คันดังกล่าวไว้โดยจำเลยทราบดีว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นของโจทก์ โจทก์จึงได้ขัดทรัพย์ ขอให้ปล่อย ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้คืนรถยนต์ให้โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติ ได้อุทธรณ์ฎีกาตามลำดับ ศาลฎีกาสั่งให้จำเลยคืนรถยนต์คันดังกล่าวให้โจทก์ การที่จำเลยยึดรถยนต์ของโจทก์ โดยโจทก์มิได้เป็นลูกหนี้จำเลย เป็นการจงใจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๓,๐๕๗,๕๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า บริษัทเอมเพรสแทรเวิล เซอร์วิส จำกัด ได้นำรถยนต์คันพิพาทไปว่าจ้างให้จำเลยซ่อม จำเลยจึงฟ้องบังคับศาลชั้นต้นพิพากษาให้บริษัทดังกล่าวชำระหนี้ให้จำเลย บริษัทดังกล่าวไม่มีทรัพย์สินอื่นที่จะเอาชำระหนี้ได้ จำเลยจึงได้ยึดรถยนต์คันดังกล่าวซึ่งจำเลยได้ยึดหน่วงไว้โดยเข้าใจโดยสุจริตว่าเป็นรถยนต์ของบริษัทดังกล่าว เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขัดทรัพย์แล้ว จำเลยก็ส่งมอบรถยนต์ให้โจทก์ในวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๒๒ ทันทีตามคำสั่งของศาลชั้นต้น คงอุทธรณ์ฎีกาให้ศาลสูงวินิจฉัยข้อกฎหมายเท่านั้น โจทก์ได้รับรถคืนไปในสภาพเรียบร้อย ไม่เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้บริษัทจำเลยใช้เงินให้แก่บริษัทโจทก์เป็นเงิน ๒,๕๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดรถยนต์พิพาทเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาเป็นการใช้สิทธิทางศาล จะเป็นการกระทำละเมิดต่อเมื่อกระทำโดยไม่สุจริตมีเจตนากลั่นแกล้งให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ปรากฏว่าจำเลยมีสิทธิยึดหน่วงรถยนต์พิพาท จำเลยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์พิพาทโดยสุจริตมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยจึงหาได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ ตั้งแต่นำยึดทรัพย์ในวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๒๑ ไม่ แต่เมื่อศาลชั้นต้นให้ถอนการยึดรถยนต์คัดพิพาท คดีถึงที่สุดไปแล้ว จำเลยต้องปฏิบัติตามคำสั่งอันถึงที่สุดแล้วนั้น โดยต้องคืนรถยนต์พิพาทให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าของไม่มีสิทธิยึดหน่วงรถยนต์คันพิพาทไว้อีกต่อไป ดังนี้คำพิพากษาอันถึงที่สุดแล้วย่อมผูกพันจำเลยซึ่งเป็นคู่ความ จำเลยจะฎีกาโต้เถียงในคดีนี้ว่าตนยังมีสิทธิยึดหน่วงอีกย่อมฟังไม่ขึ้น ทั้งการที่โจทก์ขอรับรถยนต์พิพาทคืนจากจำเลยเมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๒๒ แต่จำเลยไม่คืนให้ มิใช่เป็นการใช้สิทธิทางศาลอีกต่อไป ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ตั้งแต่วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๒๒ เป็นต้นไปเป็นการชอบแล้ว แล้ววินิจฉัยให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ตั้งแต่วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๒๒ ถึงวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๒๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์จำนวน ๑๗๐,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2690/2529 บริษัทลานนาเครดิต จำกัด โจทก์ บริษัทสยามกลการ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทลานนาเครดิต จำกัด · จำเลย - บริษัทสยามกลการ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · ดำรง สายเชื้อ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอุดม เฟื่องฟุ้ง · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ กลับดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6306/2551ฎีกา 795/2543ฎีกา 4976/2536ฎีกา 1721/2528ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 246/2530ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1538/2518ฎีกา 4549/2540ฎีกา 3745/2530ฎีกา 2345/2540ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 161/2507ฎีกา 307/2513ฎีกา 1413/2508ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา