⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2794/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2794/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับจำนองจะจำกัดอยู่เพียงวงเงินที่ระบุไว้ในสัญญาจำนองเท่านั้น หากการบังคับจำนองเอาทรัพย์สินบางส่วนได้เงินเพียงพอแล้ว จะไม่สามารถบังคับจำนองเอาทรัพย์สินส่วนที่เหลือได้อีก

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 กู้เงินผู้ร้องไป 260,700 บาท โดยจำนองที่ดินพร้อมด้วยเรือนพิพาทเป็นประกันในวงเงินไม่เกิน 97,700 บาทผู้ร้องฟ้องจำเลยที่ 1 เพื่อบังคับจำนอง ศาลพิพากษาให้จำเลยใช้หนี้ดังกล่าว และเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินออกขายทอดตลาดได้เงิน 115,000 บาท แต่มิได้ยึดเรือนพิพาท จำเลยที่ 1 ยังคงค้างชำระหนี้ผู้ร้องอยู่อีก 130,000 บาท ดังนี้ ผู้ร้องจะบังคับจำนองเอากับที่ดินและเรือนพิพาทได้ไม่เกิน 97,700 บาท เท่านั้นไม่ว่าจะแยกบังคับหรือบังคับเอาพร้อมกันเมื่อผู้ร้องบังคับจำนองเฉพาะที่ดินได้เงินจำนวน 115,000 บาท เกินจำนวนเงินจำนองที่ระบุไว้ ก็ไม่มีสิทธิจะบังคับจำนองเอากับเรือนพิพาทอีก แม้การจำนองจะคลุมถึงหนี้อื่นเช่นดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมด้วย แต่ผู้ร้องก็ไม่ได้นำสืบว่าหนี้ดังกล่าวมีจำนวนแน่นอนแยกได้จากหนี้สามัญเท่าใด ผู้ร้องจึงไม่อาจอาศัยอำนาจแห่งการจำนองนั้นขอรับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดเรือนพิพาทก่อนเจ้าหนี้อื่น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.119 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.289 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.715

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยทั้งสองถูกฟ้องเป็นคดีอาญาในความผิดเกี่ยวกับเอกสาร จำเลยที่ ๑ ในฐานะนายประกันจำเลยถูกศาลสั่งปรับเป็นเงิน ๗๐,๐๐๐ บาท และไม่ชำระค่าปรับ พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีและตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ มาขายทอดตลาดชำระค่าปรับ ศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์จำเลยที่ ๑ คือเรือนเลขที่ ๔๙ หมู่ที่ ๑๐ อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน เพื่อขายทอดตลาด ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เรือนดังกล่าวจำเลยที่ ๑ ได้จำนองเป็นประกันหนี้เงินกู้ไว้กับผู้ร้องพร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๕๙๘ ในวงเงิน ๙๗,๗๐๐ บาท ผู้ร้องได้ฟ้องจำเลยที่ ๑ และศาลได้พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงินแก่ผู้ร้อง ๓๕๘,๘๙๖.๗๖ บาท ถ้าไม่ชำระให้บังคับจำนอง เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ ๑ ขายทอดตลาดชำระหนี้แล้ว ๒๕๕,๐๐๐ บาท คงค้างชำระอีก ๒๒๘,๓๖๙ บาทผู้ร้องยังเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิในเรือดังกล่าวอยู่ ขอรับเงินจากการขายทอดตลาดเรือนดังกล่าวก่อนเจ้าหนี้อื่น พนักงานอัยการคัดค้านว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำนองเพียง ๙๗,๗๐๐ บาท และได้นำยึดเฉพาะที่ดินแปลงที่จำนองขายทอดตลาดได้เงิน ๒๕๕,๐๐๐ บาท ซึ่งท่วมหนี้จำนองแล้ว จึงไม่มีหนี้จำนองใด ๆ ที่จะบังคับเอากับเรือนดังกล่าวอีก ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ เอาที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๕๙๘ และเรือนจำนองเป็นประกันเงินกู้ในวงเงิน ๙๗,๗๐๐ บาท เมื่อที่ดินโฉนดดังกล่าวขายได้เงิน ๑๑๕,๐๐๐ บาท และผู้ร้องมิได้นำสืบว่าจำเลยที่ ๑ จะต้องรับผิดในดอกเบี้ยสำหรับต้นเงิน ๙๗,๗๐๐ บาท และค่าอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนเท่าใดแน่ ผู้ร้องนำสืบไม่ได้ว่ายังมีหนี้บุริมสิทธิค้างอยู่อีกเท่าใด ศาลไม่อาจคิดให้ได้ ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยที่ ๑ ได้กู้เงินผู้ร้องไป ๒๖๐,๗๐๐ บาท โดยจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๕๙๘ พร้อมด้วยเรือนพิพาทเป็นประกันในวงเงินไม่เกิน ๙๗,๗๐๐ บาท และได้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๖๕๑ เป็นประกันด้วย เมื่อผู้ร้องฟ้องจำเลยที่ ๑ เพื่อบังคับจำนองศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอมให้จำเลยใช้หนี้เงินกู้แก่ผู้ร้อง จำเลยที่ ๑ ไม่ชำระหนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๖๕๑ และ ๓๕๙๘ ออกขายทอดตลาดได้เงินจำนวน ๑๔๐,๐๐๐ บาท และ๑๑๕,๐๐๐ บาทตามลำดับ แต่ไม่ได้ยึดเรือนพิพาท จำเลยที่ ๑ ยังคงค้างชำระหนี้ผู้ร้องอีกประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ บาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องจะมีสิทธิขอรับชำระหนี้จากการขายเรือนพิพาทก่อนเจ้าหนี้อื่นหรือไม่ พิเคราะห์แล้วศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยที่ ๑ ได้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๕๙๘ และเรือนพิพาทเป็นประกันหนี้เงินกู้ไว้กับผู้ร้องในวงเงินไม่เกิน ๙๗,๗๐๐ บาทนั้น ผู้ร้องจะบังคับจำนองเอากับที่ดินและเรือนพิพาทได้ไม่เกิน ๙๗,๗๐๐ บาทเท่านั้น ไม่ว่าผู้ร้องจะแยกบังคับจำนองหรือบังคับจำนองเอากับที่ดินและเรือนพิพาทพร้อมกัน เมื่อผู้ร้องบังคับจำนองเฉพาะที่ดินได้เงินจำนวน ๑๑๕,๐๐๐ บาท เกินจำนวนเงินจำนองที่ระบุไว้แล้ว ผู้ร้องก็ไม่มีสิทธิจะบังคับจำนองเอากับเรือนพิพาทอีก แม้การจำนองจะคลุมถึงหนี้อื่นเช่นดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมด้วยดังที่ผู้ร้องฎีกา แต่ผู้ร้องก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าหนี้ดังกล่าวมีจำนวนแน่นอนแยกได้จากหนี้สามัญเท่าใด อันผู้ร้องมีสิทธิจะได้รับในฐานะเจ้าหนี้จำนองเกินไปกว่าจำนวน ๙๗,๗๐๐ บาทอีก ผู้ร้องจึงไม่อาจอาศัยอำนาจแห่งการจำนองนั้นขอรับชำระหนี้ที่ได้จากการขายทอดตลาดเรือนพิพาทก่อนเจ้าหนี้อื่น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2794/2529 พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน โจทก์ นายคำ มะโนคำ กับพวก จำเลย บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เจเนอรัลเครดิต จำกัด ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน · จำเลย - นายคำ มะโนคำ กับพวก · ผู้ร้อง - บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เจเนอรัลเครดิต จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ รัตนากร · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - นายเฉลิมศักดิ์ บุญยงค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสกล เหมือนพะวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1323/2535ฎีกา 2751/2522ฎีกา 1781/2509ฎีกา 8396/2538ฎีกา 850/2532ฎีกา 1767/2527ฎีกา 5378/2544ฎีกา 4101/2539ฎีกา 7569/2549ฎีกา 971/2535ฎีกา 620/2524ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2661/2523ฎีกา 1632/2535ฎีกา 138/2525ฎีกา 8058/2553ฎีกา 2050/2527ฎีกา 2636/2538ฎีกา 568/2531ฎีกา 4832/2536ฎีกา 6625/2540ฎีกา 694/2522ฎีกา 715/2540ฎีกา 2086/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา