คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4282/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ประกันแจ้งให้ศาลทราบว่าจำเลยถูกคุมขังในคดีอื่น ถือเป็นการส่งมอบตัวจำเลยต่อศาล และการที่ศาลสั่งเบิกคืนหลักประกันให้ผู้ประกัน ถือเป็นการอนุญาตให้ถอนประกันแล้ว
ย่อคำพิพากษา
การที่ผู้ประกันยื่นคำร้องแจ้งให้ศาลชั้นต้นทราบว่า จำเลยซึ่งศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยมีประกันถูกศาลชั้นต้นนั้นพิพากษาให้จำคุกในอีกคดีหนึ่ง และตัวจำเลยถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ถือได้ว่าผู้ประกันได้ส่งมอบตัวจำเลยต่อศาลชั้นต้นแล้ว และการที่ศาลชั้นต้นนั้นสั่งเบิกคืนหลักประกันให้ผู้ประกันในวันเดียวกันนั้นเอง ก็เป็นการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ประกันถอนประกันจำเลยแล้ว มิฉะนั้นศาลชั้นต้นคงไม่ยินยอมให้เบิกคืนหลักประกันที่ให้ไว้ไปได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าและศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว โดยมี อ. เป็นผู้ประกัน ต่อมาผู้ประกันยื่นคำร้องขอถอนประกันจำเลยและขอรับหลักทรัพย์คืนโดยแจ้งว่าจำเลยถูกศาลชั้นต้นนั้นพิพากษาให้จำคุกในอึกคดีหนึ่งและกำลังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ซึ่งศาลชั้นต้นก็สั่งให้เบิกคืนหลักประกันให้ผู้ประกันรับไปแล้วในวันเดียวกัน หลังจากนั้นศาลชั้นต้นคงดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมาอีกหลายนัดจนถึงวันนัดสืบพยานจำเลย จำเลยและผู้ประกันไม่มาศาล ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยหลบหนี จึงออกหมายจับจำเลยและสั่งปรับผู้ประกันตามสัญญา
ผู้ประกันอุทธรณ์ซ่า ผู้ประกันพ้นความผูกพันตามสัญญาประกันต่อศาลแล้วขอให้ยกคำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ปรับผู้ประกัน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ภายหลังจำเลยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว จำเลยมาศาลตามนัดหมายเสมอมา ครั้นเมื่อจำเลยถูกศาลชั้นต้นศาลเดียวกันพิพากษาให้จำคุก ผู้ประกันก็ได้มายื่นคำร้อง ฉบับลงวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๒๗ ให้ศาลทราบเพื่อขอถอนประกันและหลักประกันคืนจากศาล ศาลสั่งให้เบิกคืนในวันเดียวกันและผู้ประกันได้รับหลักประกันคืนไปแล้ว หลังจากนั้นผู้ประกันไม่ได้มาศาลและทราบวันนัดอีก ศาลชั้นต้นคงดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมาอีกหลายนัด โดยไม่เคยแจ้งให้ผู้ประกันนำตัวจำเลยมาส่งศาล จนถึงวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๗ อันเป็นวันนัดสืบพยานจำเลย เมื่อปรากฏว่าทนายจำเลยแถลงว่าจำเลยป่วยมาศาลไม่ได้ ศาลชั้นต้นจึงสั่งปรับนายประกัน ดังนี้จึงเห็นว่าการที่จำเลยไม่มาศาลในวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๗ ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ประกันมีหน้าที่ต้องส่งตัวตามคำสั่งศาล เพราก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๒๗ ผู้ประกันได้ยื่นคำร้องแจ้งให้ทราบแล้วว่าจำเลยถูกศาลชั้นต้นนั้นพิพากษาให้จำคุก ๖ เดือนในอีกคดีหนึ่ง และตัวจำเลยถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดฉะเชิงเทราเท่านั้น ถือได้ว่าผู้ประกันได้ส่งมอบตัวจำเลยต่อศาลชั้นต้นแล้ว ซึ่งศาลชั้นต้นได้รับทราบและสั่งเบิกคืนหลักประกันให้ผู้ประกันในวันเดียวกันนั้นเอง เป็นการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ประกันถอนประกันจำเลยในคดีนี้แล้ว มิฉะนั้นคงไม่ยินยอมให้เบิกคืนหลักประกันที่ให้ไว้ไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ปรับผู้ประกันศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4282/2529
พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์
ร้อยเอกอุชิน วิเศษกุล ผู้ประกัน
นายเลียบ เปลี่ยนวงศ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา · ผู้ประกัน - ร้อยเอกอุชิน วิเศษกุล · จำเลย - นายเลียบ เปลี่ยนวงศ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุพจน์ นาถะพินธุ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา · ศาลอุทธรณ์ - นายอุไร คังคะเกตุ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา